Puzzle (28 end)
posted on 01 Dec 2009 23:53 by shion-moongrow in 02-Puzzle
Title : Puzzle (chapter 28)
Author : Shion
Pairing : Yunho x Jaejoong, Yoochun x Junsu, Changmin x Jihye
Genre : drama/yaoi
Rating : PG-13
Author’s note : -
Warning : ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้น อาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลในฟิก และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love หรือ yaoi ขอให้พิจารณาก่อนอ่าน หากรับไม่ได้ขอให้ปิดหน้านี้ลงเสีย...ขอบคุณค่ะ
Chapter 28 Eternal : episode IV
---> Forever more
“อืม...” เรียวปากแดงสวยเม้มเบาๆอย่างครุ่นคิด ทั้งที่การเข้าครัวก็เหมือนเป็นกิจวัตรของคิมแจจุงอยู่แล้ว แต่ทำไมหนนี้เขาถึงดูร้อนรนนัก อุตส่าห์ตื่นตั้งแต่เช้าทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งจะตระเวนอัดเทปพิเศษรายการเพลงต่างๆมาหมาดๆแท้ๆ ก็คริสต์มาสนี่นะ...ไม่ว่ารายการไหนก็ต้องฉลองกันทั้งนั้น ยิ่งกับศิลปินที่มีงานเพลงพิเศษคอยต้อนรับเทศกาลแบบพวกเขาก็ยิ่งเป็นที่ต้องการเป็นธรรมดา ถ้าคิดว่ามันเป็นงาน...ทำเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าล่ะก็เหนื่อย แต่ถ้าคิดว่าเป็นการคืนกำไรให้กับแฟนเพลง...มันก็คุ้ม
...และพวกเขามีความสุข...ที่จะคิดถึงแบบหลังมากกว่า...
อย่างน้อยทางต้นสังกัดก็มอบวันว่างให้วันนี้วันนึงเต็มๆล่ะ แถมยังเป็นคริสมาสต์อีฟเสียด้วย....ลากยาวไปถึงช่วงกลางวันพรุ่งนี้ที่จะว่างไปจนถึงหกโมงเย็น จนกว่าจะไปอัดรายการสดซึ่งเป็นรายการการกุศลหาเงินเข้ามูลนิธิอะไรสักอย่างนั่นแหละ
“อ๊ะ....ใช่...สตรอเบอร์รี่เพิ่มตรงนี้อีกหน่อยก็คงดี” พึมพำอยู่คนเดียวแล้วมือเรียวก็สาละวนหาของที่พูดถึง ช็อตเค้กก้อนโตเคลือบครีมขาวฟูราวกับหิมะ ด้านหน้าวางด้วยสตรอเบอร์รี่สดผลโตเรียงสลับกับผลกีวี่ที่ฝานบางๆกับเนื้อพีชแช่อิ่ม สร้างสีสันตัดกันอย่างสดใสและให้บรรยากาศของคริสต์มาสได้เป็นอย่างดี ยิ่งเขาตั้งใจเติมผลสตรอเบอร์รี่ที่เหลือในมือลงไปอีก ก็แทบจะไม่เหลือที่ให้ครีมขาวๆหน้าเค้กโผล่ออกมาหายใจได้อีกแล้ว
ความสวยงามเป็นเรื่องรอง....แต่รสชาติและปากท้องของคนที่จะกินมันต่างหากที่สำคัญ
ก็นั่นแหละ....เค้กก้อนนี้มีไว้ฉลองในวันพรุ่งนี้พร้อมกับทุกคนในวงนี่นา...ไหนจะยังจีฮเยอีก แค่เด็กคนนี้รวมกับชางมินอีกคนเจ้าผลไม้สีสดพวกนี้ก็ถูกฟาดเรียบไปกว่าครึ่งแล้ว
“ยังเหลืออะไรอีกน้า...” จนแล้วจนรอดคิมแจจุงก็ยังหยุดท่าทีย้ำคิดย้ำทำนี่ไม่ได้อยู่ดี ถ้าจะถามว่าเหตุผลมันเพราะอะไร หนึ่งอาจจะเพราะต้องแข่งกับเวลาที่ถูกจำกัดโดยใครบางคน และสองก็อาจจะเพราะนี่เป็นครั้งแรก....ครั้งแรกที่จะได้ฉลองคริสต์มาสกับใครคนนั้นในฐานะคนรัก
ไม่ต้องคอยอธิษฐาน....ว่าอย่าให้เขารู้ความในใจ
ไม่ต้องแอบร้องไห้....เมื่อคิดว่าเขาจะฉลองกับคนอื่นแล้วมีความสุขมากแค่ไหน
ไม่ต้องคอยแอบเก็บเค้กไว้ให้....ในตอนที่เขาจะกลับมารุ่งเช้าของอีกวัน
ไม่มีอีกแล้ว...ความเจ็บปวดเหล่านั้น จะคงเหลือแต่ความหอมหวาน....จนเจ้าช็อตเค็กนี่แทบจะไม่ต้องเติมน้ำตาลเลยก็ได้
///////...ฉ่า...////////
พอคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าสวยหวานก็รู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ผิวแก้มขาวไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มกลับแดงขึ้นจนชัด นี่ถ้าใครมาเห็น...ไม่แซวว่าบ้าก็คง....
...ฟอด~~!!...
“อืม...ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกล่ะหือ?”
....ฉวยโอกาส!!!....
แก้มที่ว่าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงหนักเข้าไปใหญ่ เจ้าคนต้นเหตุเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สอดแขนแข็งแรงรวบเอวที่นับวันจะยิ่งบางไว้ ก่อนจะวางซ้อนคางลงกับไหล่ลาดแล้วแอบขโมยกลิ่นหอมจากซอกคอขาวอยู่เป็นระยะ คนถูกเอาเปรียบได้แต่หัวเราะน้อยๆ ไม่ได้ห้ามอะไรแถมกลับเอนหลังพิงซบลงกับอกแกร่ง...ปล่อยให้เขารวบเอาไว้เกือบทั้งตัว เหลือเพียงสองมือที่ยังเปื้อนครีมเค้กตามปลายนิ้วอยู่เท่านั้น....ที่ยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ ก็มีเพียงจองยุนโฮเท่านั้นล่ะ...ที่เขายอมอ่อนให้เสียขนาดนี้
“ก็เห็นนอนสบายอยู่นี่นา อ๊ะ!...จริงสิ...นี่...อร่อยไหม?” น้ำเสียงตื่นเต้นว่าพลางหันใบหน้าสวยไปหาร่างสูงด้านหลัง เรียวนิ้วงามตวัดส่งเอาเนื้อครีมหอมมันผ่านริมปากหยักเบาๆ ยุนโฮจึงค่อยไล้ลิ้นเลียช้าๆ รสชาติเย็นๆทว่าหวานละมุนนั้น...ชวนให้ติดใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ลิ้มลอง สายตาคมตวัดมองภาพคนสวยที่เริ่มเอียงอายกับการกระทำน่ารักของตัวเอง และทันทีที่อีกฝ่ายคิดจะดึงมือกลับ...เขาก็ไวพอที่จะคว้าขืนมันไว้ได้ แถมยังจงใจยั่วให้อายยิ่งกว่าเก่าเป็นของตอบแทนครีมเค้กนุ่มๆเมื้อกี้อีกต่างหาก
“อืม...อร่อย” ตอบกลับพลางแลบลิ้นซนเลียเบาๆจนคราบครีมขาวหมดจดไปจากทุกนิ้ว ก่อนจะส่งนิ้วชี้เข้าสู่โพรงปากอุ่นช้าๆ....ทั้งที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าแดงจัดของคนตรงหน้า
“พะ...พอแล้ว” สัมผัสทั้งชื้นทั้งอุ่นจัดที่ปลายนิ้วทำเอาความรู้สึกหวิวแล่นริ้วไปทั้งตัว และก่อนที่มันจะเตลิดไปมากกว่านี้ แจจุงจึงพยายามดึงมือกลับเบาๆอย่างเกร็งๆ และเพราะเพียงอยากจะแกล้ง...ยุนโฮจึงไม่ได้คิดฝืนอะไรมากมายนัก ชายหนุ่มหัวเราะอย่างพอใจในผลงาน ก่อนจะโน้มตัวลงจูบรับอรุณกับริมปากอิ่มที่เริ่มจะงอนง้ำเบาๆ แล้วผละออกอย่างอารมณ์ดี
“โอ๊ะ...!” ร่างสูงแกล้งร้องดังๆเมื่อมือเรียวฟาดผัวะลงกับต้นแขน แจจุงเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับเค้กก้อนโตบนเคาน์เตอร์ต่อ แต่ดูเหมือนคนถูกทำโทษจะยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร มือปลาหมึกเข้าไปป้วนเปี้ยนเกาะแกะเอวบางอีกครั้งก่อนจะกระซิบถามเบาๆ
“มีอะไรให้ช่วยไหม?”
“ไม่มีแล้ว...เสร็จพอดีเลย” แจจุงวางโถน้ำตาลไอซิ่งในมือลงก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างพอใจ ช็อตเค้กที่ลองทำเองเป็นครั้งแรกหน้าตาดูดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก
“แต่ช่วยเทนมกับน้ำส้มใส่แก้วให้หน่อยสิ...วันนี้ชางมินมีนัดแต่เช้าน่ะ” ยุนโฮผละออกมามองรอยยิ้มสวยๆที่แฝงเลศนัยของคนรัก เห็นแจจุงแอบหัวเราะเบาๆสุดท้ายจึงได้คิดออก
...เหอะ!...จองจีฮเย...ชวนไปด้วยกันก็ไม่ไปที่แท้ก็มีนัดกับเจ้าเด็กต่างดาวนี่เอง....
ถึงริมฝีปากหยักจะแอบบ่นงุบงิบอะไรอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายแล้วพ่อหัวหน้าวงก็หันไปหยิบของในตู้เย็นตามคำสั่ง และเพราะเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นาน...น้ำส้มสำหรับเขา..แจจุง..และยูชอน กับนมสดของเด็กกำลังโตอย่างชางมินและจุนซูก็ถูกจัดวางตามตำแหน่งบนโต๊ะกินข้าวอย่างเรียบร้อย
“แล้วเช้านี้มีอะไรกินล่ะหือ?” เสียงทุ้มหันมาถามเมื่อจัดการกับหน้าที่ของตัวเองเสร็จ แต่ไม่ทันไรเสียงตะโกนโหวกเหวกของลิงน้อยบางตัวที่ออกจากห้องนอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ก็ให้คำตอบแก่ยุนโฮแทนเสียแล้ว
“เย้~~!...เย~!...แซนด์วิชทูน่า รักแจจุงที่สุดเลย~~~”
...เอิ่ม...หรือจุนซูจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นโลมา...อย่างช่วงหลังๆที่เจ้ายูชอนมันชอบล้อบ่อยๆซะแล้วสิ...
“เอ้า!...ชางมิน จะรีบไปไหนน่ะ...ไม่กินอะไรก่อนเหรอ?” ปาร์คยูชอนที่ตามออกมาติดๆและกำลังช่วยจุนซูยกจานแซนด์วิชมาวางบนโต๊ะถามขึ้น เมื่อเห็นเจ้าน้องเล็กของวงเดินผ่านโต๊ะอาหารไปหน้าตาเฉยผิดกับนิสัยของเจ้าตัว
“เอ่อ...คือ...” ชางมินกำลังจะหันมาตอบขณะก้มลงสวมรองเท้าแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาจับผิดของคุณพ่อของวงกำลังมองมาที่เขาเขม็ง
...เฮือก!!!...
...ถึงใครจะว่าชิมชางมินฮาร์ดคอร์...ให้มาดูหมีมันหวงน้องสาวซะก่อนเถอะ!!!...
“ไม่เป็นไรหรอก พี่เตรียมให้ชางมินไว้ไปกินระหว่างทางต่างหากแล้ว”
...ขอบคุณพระเจ้า...ที่สร้างให้โลกนี้มีคิมแจจุง...
“อา...ขอบคุณครับ!” เมื่อคุณแม่ของวงยื่นกล่องแซนด์วิชให้ ชางมินไม่รอช้ารีบยื่นมือรับไว้ทันทีก่อนจะหันหลังไปที่ประตูอีกครั้ง
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวจีฮเยจะรอนาน”
...กร็อบ!!!...
เสียงกล่องซีเรียลในอุ้งมือหมีบางตัวที่มายืนอยู่ด้านหลังแจจุงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำเอาเด็กหนุ่มต้องชะงักมือที่กำลูกบิดไว้โดยอัตโนมัติก่อนจะหันมายิ้มแหยให้หมีตัวนั้น ในขณะที่คนปล่อยระเบิดลูกโตกลับยืนส่งยิ้มหวานให้เขาพร้อมทั้งโบกมือบ๊ายบายให้อีกด้วย
...โธ่...พี่แจจุง จะโบกมือลาที่ผมกำลังจะไปพบยมบาลแทนแฟนตัวเองหรือไงครับ!...
.
.
.
กว่าจะผ่านเช้าอันแสนวุ่นวายและส่ง ‘เด็กๆ’ ทั้งหลายให้ออกจากบ้านโดยอิ่มท้องกันถ้วนหน้าได้ คิมแจจุงยอมรับว่าก็เหนื่อยไม่ใช่น้อย ยังดีที่ยุนโฮอาสาจะล้างจานชามกองโตให้ คนสวยของวงถึงได้นั่งพักอยู่บนโต๊ะกินข้าวพลางจ้องมองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่ยืนอยู่หลังอ่างล้างจานและกำลังปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ก่อนที่รอยยิ้มบางจะผุดขึ้นพรอ้มกับน้ำเสียงที่ติดจะอ้อนอยู่น้อยๆ
“ยุนโฮอา...”
“หืม?” เจ้าของชื่อเพียงแต่ขานรับโดยไม่ได้หันกลับมามองที่ตัวเขาแม้แต่น้อย แจจุงเบะปากอย่างหมั่นไส้ และแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่มีทางมองเห็น ถึงจะฟอร์มดีและมีน้ำใจช่วยเขาจัดการงานบ้านเหมือนเคย แต่ลึกๆแจจุงรู้...รู้ดีเชียวหละว่ายุนโฮกำลังงอนเขาเรื่องที่เข้าข้าง ‘ว่าที่น้องเขย’ จนออกหน้าออกตา
...แต่ก็เอาเถอะ...อ้อนอีกหน่อยจะเป็นไรไป...
ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดคนขี้งอนจากด้านหลัง เล่นเอายุนโฮถึงกับต้องชะงักมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ แต่ก็แค่ชั่วครู่ก่อนที่มือใหญ่จะจัดการกับมันต่อ
“มีอะไรล่ะหือ?” ยุนโฮถามซ้ำ ก่อนจะเอียงคอน้อยๆเพื่อแนบแก้มลงกับกลุ่มผมนิ่มที่เคลียอยู่ข้างๆ “...ว่ามาสิ”
“ก็...อย่างงอนได้ไหมเล่า?”
“งอน?!” ยุนโฮหัวเราะเบาๆ
“ช่าย...”
“ฉันจะต้องงอนนายเพื่ออะไรกัน...คิมแจจุง?” หลังจากวางมือจากชามใบสุดท้ายแล้ว ยุนโฮล้างมือพลางถามกลับ ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อมาเผชิญหน้ากับคนสวยโดยตรง ถึงได้เห็นสายตาช่างอ้อน...ใช่...นับวันคนสวยของเขาชักจะอ้อนเก่งไปทุกทีแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าแค่นี้เขาเองก็เสียเปรียบไปกว่าครึ่งทุกที
“ก็นี่ไงล่ะ...นายงอนอยู่” แจจุงว่าพลางนิ้วเรียวก็จิ้มตรงหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่น เดือดร้อนคนตัวสูงกว่าต้องคว้าจับมือซนๆนั่นไว้เป็นพัลวัน
“โอเคๆ...เอาล่ะ ที่จริงฉันไม่ได้งอน...แค่หมั่นไส้เจ้าเด็กพวกนั้นนิดหน่อยเอง”
“ก็แล้วจะไปหมั่นไส้ชางมินกับจีฮเยทำไมกัน?” คนสวยช่างซักยังไม่เลิก ดวงตาคู่สวยแฝงแววล้อเลียนจนยุนโฮต้องยอมแพ้อีกครั้ง
“ก็...เฮ้อ” สองแขนประคองกอดคนตัวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะพากันนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวอีกครั้ง “นี่มันงานแต่งงานของคุณอากึนซยอกเชียวนะ แล้วนายดูสิ...จีฮเยกลับเลือกที่จะไปเดทกับเจ้าชางมินแทนที่จะไปงานกับฉัน”
ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มหวานเมื่อได้ฟังเหตุผลที่คิมแจจุงเรียกมันว่า ‘ความน้อยใจอันแสนงี่เง่าของหมีตัวหนี่ง’ ก่อนที่จะต่อบทสนทนาที่ทำให้ในที่สุดหมีตัวนั้นก็ยิ้มออกมาจนได้
“จีฮเยไม่ไปกับนาย ถ้างั้น...นายไปกับฉันก็ได้นี่”
“มันไม่เกี่ยวกันซะหน่อยแจจุง”
“หืม?”
“จีฮเยจะไปหรือไม่ไป...ฉันก็จะพานายไปด้วยอยู่ดี” ยุนโฮว่าพลางเอื้อมมือไปบีบปลายจมูกโด่งรั้นของคนตรงหน้าอย่างมันเขี้ยว
“เพราะนายคือแขกคนสำคัญของงานนี้ไงล่ะ”
******************************************
‘เพราะนายคือแขกคนสำคัญของงานนี้ไงล่ะ’
พอได้ยินอย่างนั้นแล้วคิมแจจุงก็ไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้หน้าแดงได้ ทั้งดีใจและออกจะเขินอยู่หน่อยๆที่ยุนโฮให้ความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็อดจะกังวลไม่ได้ ความรู้สึกลึกๆของเขาที่ได้แต่ปิดบังยุนโฮไว้
...เขากำลังกลัว...
กลัว...กลัวสายตาของพ่อแม่ของยุนโฮ กลัวญาติพี่น้องของยุนโฮจะมองว่าเขาเป็นส่วนเกิน เพราะแจจุงรู้...รู้ดีว่าชีวิตจริงไม่ได้ง่ายดายเหมือนในนิยาย ความรักของเขายังคงเป็นความลับ ยังคงเป็นเรื่องที่พร้อมจะสร้างความเจ็บปวดและผิดหวังให้กับคนอีกหลายคน และที่เขากลัวที่สุด...เป็นห่วงที่สุด...
“เหม่ออะไรหืม?”
มือเรียวสวยที่แจจุงชมบ่อยๆเอื้อมข้ามเกียร์อัตโนมัติของรถยนต์เพื่อมากุมมือเขาไว้ แจจุงจึงหลุดจากห้วงความคิดของตัวเอง ดวงตาคู่สวยละจากทิวทัศน์นอกตัวรถแล้วหันไปมองใบหน้าด้านข้างของคนขับรถแทน ยุนโฮยังคงไม่ละสายตาจากท้องถนนที่มุ่งหน้าสู่กวางจู แต่อุ้งมืออุ่นที่กระชับขึ้นทำให้รู้ว่ายุนโฮใส่ใจเขาไม่น้อยไปกว่าเส้นทางที่มีแต่หมอกหนาด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
“เปล่า...แค่วิวสวยดี เลยเผลอมองนานไปหน่อย” ที่แจจุงตอบเป็นเพียงความจริงบางส่วน ภาพของทิวสนที่ยังคงผลิใบสีเขียวได้แม้ในยามหนาวจัดนั้นสวยจริงอย่างที่เขาว่า แต่ก็ไพล่พาลให้นึกถึงว่าตัวเขาเองล่ะจะทนทานต่อทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างต้นไม้ยอดสูงนั่นไหม
...ที่เขากลัวที่สุด...เป็นห่วงที่สุด...
คืออนาคตของยุนโฮ...และความรู้สึกของคนที่บ้านยุนโฮ
วันนี้งานแต่งงานของคุณอาของยุนโฮ คนที่บ้านของยุนโฮเคยร่ำๆว่าอยากให้ยุนโฮแต่งงานเร็วๆเขาจำได้ แต่เมื่อยุนโฮคบกับเขา...คบกับคิมแจจุง...คบกับผู้ชายเหมือนกันคนนี้
...แล้วจะวาดฝันถึงงานแต่งงานได้ยังไง...
“มิน่าล่ะ...เห็นนายเงียบมาตลอดทางเลย” ยุนโอตอบกลับมาแบบติดตลก เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆดูเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอย่างเขาเลยสักนิด อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าทุกคนที่บ้านถาม...ยุนโฮจะตอบว่ายังไงที่พาเขามาด้วยโดยไร้เงาของจีฮเยและเพื่อนร่วมวงมี่เหลือ แต่แจจุงเลือกที่จะเก็บเรื่องราวยุ่งยากใจเหล่านี้ไว้ ศีรษะกลมเอนพิงอีกฝ่ายจนยุนโฮต้องหันมามองแล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู
...ณ เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้อยู่เคียงข้างกันหรอก...จริงไหม...
.
.
.
******************************************************
“แจจุง...ถึงแล้วนะ”
ความรู้สึกเย็นๆที่ผิวแก้มทำให้แจจุงต้องลืมตาตื่น ก่อนจะพบว่ายานพาหนะที่พาเขาและยุนโฮแล่นมากวางจูหลายชั่วโมงได้จอดสนิทแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน แถมยุนโฮยังปรับเบาะเอนให้แล้วใช้เสื้อกันหนาวคลุมแทนผ้าห่มให้อย่างเรียบร้อยอีกด้วย พอยันกายลุกขึ้นก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของยุนโฮ แต่เป็นโบสถ์ที่น่าจะเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานเสียมากกว่า
“ลงไปกันเถอะ” ยุนโฮว่า พร้อมกับปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ ก่อนที่เขาทั้งคู่จะก้าวลงจากรถพร้อมๆกัน
เบื้องหน้าคือโบสถ์คาธอลิกตามแบบที่บ้านตระกูลจองนับถือ มีผู้คนมากมายกำลังทะยอยกันเข้าไปภายในตัวโบสถ์ที่เหมือนจะเพิ่งบูรณะใหม่ได้ไม่นาน ตัวโบสถ์เป็นสีขาวสะอาดตัดกับท้องฟ้าที่วันนี้ดูสดใสกว่าวันใดๆในฤดูหนาว แจจุงมองดูบรรยากาศสดใสรอบกายแล้วจึงยิ้มขึ้นมาไม่ได้ อย่างน้อยผู้คนส่วนใหญ่ก็เป็นวัยกลางคนไปจนถึงคนที่เกษียณอายุจากงานการกันไปหมดแล้ว จึงไม่มีใครจะใส่ใจกับการปรากฏตัวของสองนักร้องดังอย่างพวกเขาเท่าใดนัก
“ยุนโฮ!” จู่ๆเสียงทุ้มของชายวัยกลางคนหนึ่งก็ทำให้แจจุงหยุดมองภาพรอบๆกาย ก่อนจะหันมาโฟกัสเจ้าของเสียงที่เป็นคุณพ่อของยุนโฮนั่นเอง
“สวัสดีครับ” พวกเขาทั้งสองคนกล่าวออกมาแทบจะพร้อมๆกับ จองยุนซยอก...อัยการชื่อดังของกวางจูจึงได้เผยรอยยิ้มเอ็นดูก่อนจะสวมกอดลูกชายอย่างยุนโฮแล้วหันมายิ้มให้กับเขาอีกครั้ง
“วันนี้ว่างกันแค่สองคนหรือ...พ่อกะจะเลี้ยงเนื้อย่างสักหน่อย จีฮเยก็โทรมาบอกว่ามาไม่ได้ไปคนหนึ่งแล้ว น่าเสียดายจริงๆ” คนเป็นพ่อตัดพ้อคล้ายจะน้อยใจ แต่ก็หัวเราะปิดท้ายทำให้บรรยากาศไม่น่าอึดอัดอย่างที่คิด
“รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ตรงนี้หนาวจะแย่ แม่เขารอแกอยู่ข้างในแน่ะ...แจจุงเข้าไปด้วยกันลูก”
แจจุงเผยรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามสองพ่อลูกเข้าไปในงานตามคำเชิญ ถึงแม้มือที่ยุนโฮกุมเขาไว้ตลอดจะหลุดจากกันไปแล้วก็ตาม
*******************************************************
“คุณจองกึนซยอกและคุณโกฮันนา ท่านทั้งสองมาที่นี่โดยไม่ถูกบังคับ แต่มาด้วยความสมัครใจอย่างแท้จริงเพื่อเข้าพิธีสมรสใช่หรือไม่?”
“ครับ/ค่ะ”
เสียงของบาทหลวงที่เริ่มพิธีการแต่งงานและคำตอบรับของคู่บ่าวสาวดังก้องไปทั่วสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนนั่งอยู่เต็มทุกที่นั่ง แจจุงรู้ตัวดีว่าทั้งเขาและยุนโฮนั้นมาสายจึงยอมยืนอยู่ด้านหลังของงานเสียดีกว่า ถึงแม้ยุนโฮจะขอร้องให้เขานั่งที่แถวหน้าด้วยกันก็ตาม แต่สำหรับเขานั้นรู้ดีว่าตัวเองยังไม่มีความสำคัญพอในสายตาของญาติๆอีกฝ่าย จนถึงขนาดจะได้รับเกียรติอันนั้นเลยสักนิด และที่สำคัญ...เขายังอยากให้ทั้งพ่อแม่ของยุนโฮเอ็นดู
“เมื่อเข้าสู่เส้นทางชีวิตเช่นนี้แล้ว คุณทั้งสองพร้อมที่จะรัก เอาใจใส่ ยกย่องและให้เกียรติแก่กันและกัน จนตลอดชิวิตหรือไม่?”
“ครับ/ค่ะ”
...เอ็นดูเขาเหมือนลูกชายอย่างที่ผ่านมา...ดีกว่าที่จะเกลียดเขาเมื่อได้รู้ถึงความสัมพันธ์ที่ไม่อาจบอกใครได้...
“คุณทั้งสองพร้อมที่จะน้อมรับ เมื่อพระเป็นเจ้าจะประทานให้และเอาใจใส่อบรมเลี้ยงดู ตามกฎของพระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์หรือไม่?”
“ครับ/ค่ะ”
มันเป็นความสุขที่ปนกับรสขม...ที่บางครั้งก็ต้องยอมรับว่าเขาอาจได้เพียงแต่มองดูยุนโฮอยู่ห่างๆอย่างนี้ มองดูรอยยิ้มที่ผู้ชายที่เขารักอาจจะต้องเผื่อแผ่ให้กับคนอื่น
...ยุนโฮไม่ใช่ของเขาคนเดียว...
“เมื่อคุณทั้งสองมีเจตจำนงที่จะสมรสกัน ขอให้จับมือขวาของกันและกัน และแสดงความสมัครใจต่อกันและกันอย่างอิสระต่อพระพักตร์พระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์”
ดวงตาคู่สวยหลับลงช้าๆ พยายามกักกั้นอาการร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่ให้มันรื้นไหลออกมาให้ใครเห็น อย่างน้อยนี่ก็เป็นงานมงคล...เป็นงานที่เต็มไปด้วยความสุขแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงได้...
“ผมจองยุนโฮ...”
...ต้องร้องไห้เพียงเพราะแค่สัมผัสอุ่นที่มือขวาของตัวเองด้วย...
“...ขอรับคิมแจจุงเป็นภรรยา ผมขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณ ทั้งในยามสุขและในยามทุกข์”
เสียงทุ้มของยุนโฮกระซิบแผ่วเบาเพียงให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น แต่ทว่าเขากลับได้ยินมันอย่างชัดเจนทุกประโยค...
“...ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย...”
...ทุกถ้อยคำ...
“ผมจะรักและยกย่อง เอาใจใส่และให้เกียรติคุณ...”
...มันชัดเสียจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความปิตินี้ได้ ชัดยิ่งกว่าเสียงใดๆในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ บาทหลวงกล่าววาจาใดต่อ หรือแม้แต่คู่บ่าวสาวจะตอบรับแบบไหนในตอนนี้แจจุงไม่อาจรับรู้ ที่รู้เพียงมืออุ่นที่บีบแน่นขึ้นทุกขณะที่พูด...บอกให้รู้ว่ายุนฮรับรู้ถึงความคิดของเขา...รับรู้ว่าคิมแจจุงที่งี่เง่าเพราะความรักนั้นกำลังกังวลมากมายแค่ไหน
“...จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
แล้วสัมผัสเย็นเฉียบที่นิ้วนางข้างซ้ายก็ทำให้เขาต้องร้องไห้ออกมา และยุนโฮก็รวดเร็วพอที่จะดันตัวเขาเข้าไปหลบหลังบานประตูใหญ่ของโบสถ์ที่เปิดคาไว้ด้านในของตัวโบสถ์ได้ทันก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็น เช่นเดียวกันกับตอนที่สวมแหวนให้ ยุนโฮเพียงดึงมือซ้ายเขาไปด้านหลัง...เอาตัวบังไว้แล้วสวมมันโดยไม่มีใครเห็น สายตาทุกคู่ของแขกในงานอาจจะกำลังมองคู่บ่าวสาวด้วยความชื่นชมและยินดี แต่แจจุงขอ...ขอแค่ตอนนี้มีเพียงดวงตาคู่เดียวที่จะมองเขาอย่างนี้ตลอดไป
“อย่ามัวแต่ร้องไห้สิ นายยังไม่ได้กล่าวคำสาบานกับฉันเลยนะ”
“ผม...”
“...”
“ผมคิมแจจุง...รักจองยุนโฮครับ...พระผู้เป็นเจ้า” เขาพูดออกมาตะกุกตะกักทั้งที่ยังร้องไห้ “ฉันพูดได้แค่นี้...แล้วนายยังจะแต่งงานกับฉันไหม?”
“โธ่...แจจุงอา”
ยุนโฮไม่ได้ตอบเพียงแต่เรียกชื่อเขา สองมือประคองแก้มเขาไว้ให้เงยรับจูบอ่อนหวานที่นิ่งนานและแผ่วเบา แต่เพียงเท่านั้น...ก็เป็นคำตอบของคิมแจจุงแล้ว
Baby, I've just been sitting here thinking, how blessed I am to have someone
like you in my life and I'm so excited so so excited about being with you for
the rest of my life Listen
Looking at all theses hand, damn I use to be alonely man, could never
understand, why I had no one to take my hand but then the weather changed
mother-nature brought the sun my way, now girl your who I am and I have you for
the rest of my days.....
How the sun comes up in the early morning time, girl I vowel to be forever
loving you rain or shine, How the moon takes us on this romantic globe I'll be
lovin you forever more...
Now I used to think that I would never, have a serious relationship, always
praying for that one to come along and give me what I miss, but now those
thoughts are no more, every since you came into my life, it's like heaven
opened up its doors, showered down on me the perfect wife....
How the sun comes up in the early morning time girl, I vowel to be forever
loving you rain or shine, How the moon takes us on this romantic globe I'll be
lovin you forever more...
Baby, now our house, our house, is a home, the car, we own, what's mine is
yours, the keys to the doors, my family, my family, my friend, my friends, the
church, we belong together, Heaven drum say, our house is a home the car, we
own, what's mine is yours the keys to the doors, my family, my family, my
friend, my friends the church we belong together and it's on...
How the sun comes up in the early morning time girl I vowel to be forever
loving you rain or shine, How the moon takes us on this romantic globe I'll be
lovin you forever more...
(Forever more by R. Kelly)
End