Love fool (13...end)
posted on 04 May 2008 22:33 by shion-moongrow in 01-Love-fool
Title : Love fool (Chapter 13...end)
Author : Shion
Pairing : Yunho x Jaejoong
Genre : drama/yaoi
Rating : PG-13
Author’s note : re-post ค่ะ^^
Warning : ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้น อาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลในฟิก และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love หรือ yaoi ขอให้พิจารณาก่อนอ่าน หากรับไม่ได้ขอให้ปิดหน้านี้ลงเสีย….ขอบคุณค่ะ
Chapter 13
: Love is…
“...อ้ามมม...ดีมาก” ร่างสูงยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นคนบนเตียงว่าง่าย กินข้าวต้มที่เขาตั้งใจป้อนให้กับมือทุกคำ ในขณะที่คนถูกป้อนได้แต่เคี้ยวไปอย่างแกนๆเพราะทำหน้าไม่ถูก ไอ้ที่ป้อนก็ดีใจอยู่หรอก เพราะสองแขนที่มีแต่ผ้าก๊อซพันอยู่นั้นยังเจ็บอยู่มาก แต่ไอ้เสียงประกอบสุดเลี่ยนนี่...ขอทีได้มั้ย! เพราะมันอายสายตาอีกสามคู่ที่มองแบบล้อๆอยู่
“อ๊ะ...อ้ามมม...จุนซู อร่อยไหมจ๊ะเบบี๋~~~” ยูชอนทำท่าเลียนแบบหัวหน้าวงของเขาบ้าง ก่อนจะป้อนเค้กในมือเข้าปากจุนซูแล้วก็หัวเราะร่วนอย่างถูกใจ
“อยากตายก็ทำอีกสิ” ร่างสูงที่ยืนถือช้อนอยู่ข้างเตียงหันมาทำตาขวางใส่ สองคนที่นั่งกินเค้กอยู่หัวเราะชอบใจใหญ่ แต่ก็หยุดล้อเลียนเพราะสงสารร่างเพรียวที่เริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่บนเตียงนั่น
“อิ่มแล้ว”
“อิ่มแล้วเหรอ...ไม่จริงง่ะ กินไปได้แค่ครึ่งเดียวอยู่เลย” ยุนโฮก้มลงมองชามข้าวต้ม แล้วหันมาทำหน้าเว้าวอน “กินอีกนิดเถอะนะ ฉันอยากให้นายหายเร็วๆ”
คำขอร้องนั่นมันชวนให้ใจอ่อน ข้าวต้มเลี่ยนลิ้นนั่นที่จริงไม่ถูกปากเขาเลยสักนิด แต่เอาเถอะ...เห็นแก่คนที่ยืนทำท่าหางลู่หูตกนั่น...ก็จะกลั้นใจกินอีกสักหน่อย
“ก็ได้ แต่ห้ามทำเสียงแบบนั้นอีกนะ” แจจุงว่า ก่อนจะงับช้อนข้าวต้มตรงหน้าซะเต็มคำ คนป้อนถึงได้ยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่ให้ฝืนกินยังไงมันก็ไม่หมดชามอยู่ดี สุดท้ายยุนโฮจำต้องยอมแพ้ เก็บข้าวต้มของโรงพยาบาลนั่นออกไป
“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ชางมินแวะซื้อมาฝาก” เห็นแจจุงกินได้ไม่เยอะ ยุนโฮก็พอรู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ถามออกไปแบบนั้น แต่เจ้าคนถูกพาดพิงถึงน่ะทำหน้าเหวอแบบงงสุดๆ
“ทำไมพี่ยุนโฮไม่ออกไปซื้อเองล่ะ?” ชางมินหันมาถาม มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกที่จะแวะซื้อมาให้ แต่มันรู้สึกจี้ดที่ใจที่ถูกมัดมือชกซะมากกว่า
“เพราะฉันต้องอยู่เฝ้าแจจุง” เป็นคำตอบที่สมกับเป็นหัวหน้าวงของเขาสุดๆ
“เฮ้ย! แต่พรุ่งนี้นายต้องไปออก love letter กับฉันนิ” หนุ่มผมหางม้าขัดขึ้นมาทันที
“ฉันบอกคุณยูแล้ว พรุ่งนี้ให้จุนซูไปกับนายแทน”
“เฮ้ย!!!” ยูชอนร้องเสียงหลง ในขณะที่จุนซูได้แต่อ้าปากค้าง ให้ไปออกรายการอื่นน่ะยังพอไหว แต่ให้ไปออก love letter ด้วยกันนี่.....มันจะทำให้ฉันต้องบ้านแตกรึไงฟะ!!
“ไม่เอาน่า...ยุนโฮ” คนบนเตียงหันมาพูด “ให้จุนซูไปน่ะไม่ได้หรอก” ว่าพลางหันไปดูร่างเล็กที่นั่งทำหน้าหงอเหมือนจะร้องไห้ แค่ให้ไปออก Xman ยังแทบตาย ถ้าให้ไปรายการจีบสาวนั่นมีหวังได้ตายจริงๆแน่
หมายถึงมิกกี้ยูชอนนะที่ตาย...ตาย!!!...ตายแน่ๆ!!!...ไอ้หนูหัวงู!!!
“แต่ฉันไม่อยากทิ้งนายไว้คนเดียว” น้ำเสียงดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด ภาพเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนยังติดตา ไม่มีทางที่เขาจะลืมมันได้ง่ายๆ
แจจุงเอียงคอมองคนตรงหน้าแล้วยิ้มบางๆ เข้าใจดีว่ายุนโฮกำลังคิดอะไร คิดจะยกมือเรียวขึ้นไปสัมผัสแต่ก็เจ็บ ร่างสูงเห็นอย่างนั้น...จึงช่วยจับมือนั่นขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะทาบมันลงบนแก้มของตัวเองแล้วหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้น รู้สึกดีที่มือนี้ยังคงอุ่น...และคนตรงหน้าเขายังมีชีวิตอยู่
ต่อไปนี้จะปกป้องให้ได้...จะไม่ให้ใครมาแตะต้องทั้งนั้น
“มันจะไม่เกิดขึ้นอีก...ยุนโฮ” น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้นเบาๆ ยุนโฮจ้องมองลงไปในแววตาอบอุ่นนั่น ที่มันกำลังสะท้อนภาพของเขาอยู่ เขาอยากจะรู้ว่าสิ่งไหนกันที่ทำให้คนๆนี้เข้มแข็งถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่เพิ่งพบเจอกับเรื่องน่ากลัวแบบนั้น
“อย่าฝืน...แจจุง กลัวก็บอกว่ากลัวสิ” ว่าพลางยกมือที่ว่างลูบผมดำนิ่มมือเบาๆ “บางทีถ้าไม่เพราะฉัน...” คำพูดสะดุดลงแค่นั้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ได้ฝืน...ฉันกลัว...กลัวมาก แต่ความกลัวนั่นทำอะไรฉันไม่ได้หรอกยุนโฮ แค่มีนายอยู่...แค่มีนายอยู่ข้างๆ จะไม่มีอะไรมาทำร้ายฉันได้ อย่าคิดว่าเรื่องพวกนั้นจะเป็นอุปสรรคสำหรับฉัน อย่าคิดว่าฉันถูกทำร้าย มันเป็นแค่เรื่องอย่างหนึ่งที่เราต้องก้าวผ่าน สิ่งเดียวที่จะทำร้ายฉันได้...ก็คือการต้องเสียนายไป เพราะฉะนั้นอย่าโทษตัวเอง...แล้วทิ้งฉันไปเพราะคิดว่านั่นเป็นการปกป้องเด็ดขาด” ดวงตาคู่สวยมีน้ำใสๆคลอเบ้า หากแต่เจ้าตัวก็ยังยิ้ม
ผมรู้ดี...ดาน่า เช่นเดียวกับที่คุณรู้จักว่ายุนโฮเป็นคนยังไง เขาอาจจะทิ้งผมไปเพราะไม่อยากให้ผมต้องถูกทำร้ายมากไปกว่านี้ แต่สิ่งที่คุณต้องการ...ผมจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น ผมจะไม่มีวันยอมแพ้อีกแล้ว
สิ่งที่แจจุงพูดค่อยๆซึมซับลงไปในจิตใจ น่าแปลกที่สุดท้ายกลับกลายเป็นยุนโฮเองที่รู้สึกว่ากำลังได้รับการปกป้อง ความรักจากคนๆนี้คอยโอบอุ้มเขาอยู่เสมอ คิดแล้วก็เจ็บใจ...ถ้ารู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ก็คงดี แต่บางที...ทุกอย่างมันอาจจะต้องเป็นแบบนี้ ถึงจะเกิดเป็นความรักระหว่างเขาและแจจุงได้
ร่างสูงค่อยๆโน้มตัวลงประทับรอยจูบแผ่วเบาที่หน้าผากมน ก่อนจะสวมกอดความรักบางเบาของเขาไว้ ไม่ให้หลุดลอยไปไหนได้อีก
ความรักบางเบาแต่อบอุ่น...มั่นคงและผูกพันยิ่งกว่าใครๆ
ดวงตาคู่สวยปิดลงพร้อมกับหยดน้ำที่ซึมผ่านแพขนตาหนา แต่ก็เพียงแค่นั้น...เพราะต่อไปนี้เขาคงไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว
สายตาอีกสามคู่ต่างจับจ้องภาพตรงหน้า รู้สึกได้ถึงความรักอบอวลภายในห้องนั้น ร่างเล็กเจ้าของเสียงมิดเดิ้ลไฮหันไปมองคนข้างๆที่นิสัยเสีย คิดจะทำลายบรรยากาศหวานๆตรงหน้าด้วยริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะเผยอพูด มือเรียวยกขึ้นปิดมันไว้ได้ทันการ ก่อนจะเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างๆหูเป็นการไถ่โทษ ถึงทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกและหันมากอดเขาไว้บ้าง
คู่นั้นก็แล้ว...คู่นี้ก็อีก
หนุ่มน้อยที่ถือตำราในมือนั่งมองยิ้มๆ ไม่ได้รู้สึกอิจฉาหรอกนะ แต่กลับรู้สึกดีมากด้วยซ้ำไป ซักวันก็คงมีบ้างล่ะน่า...ความรักที่สวยงามของตัวเขาเอง
.
.
.
หญิงสาวหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู บนสนทนาเมื่อครู่ที่เธอได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบ...หยุดเธอไว้ทั้งตัวและทั้งใจ ยังจะมีอะไรอีกที่เธอจะทำได้ ให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีที่ว่างให้เธอเข้าไปแทรกได้เลยรึไงกัน เปล่าประโยชน์...ที่ทำมาตั้งแต่ต้น...ทำร้ายตัวเธอเองทั้งนั้น
รู้ว่าเขาไม่เคยเป็นของเรา...ก็ยังเหนี่ยวรั้ง
รู้ตัวว่าแพ้มาตั้งแต่ต้น...ก็ยังดึงดันที่จะสู้
น่าจะรู้ดีว่าผลสุดท้าย...ไม่วันใดก็วันหนึ่งความเจ็บปวดจะต้องมาถึง
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เธอมาในวันนี้ เธอไม่ได้คิดจะตัดใจจากยุนโฮ...การรักใครสักคนไม่ใช่จะตัดใจได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่เหตุผลที่เธอต้องมานั้นเพราะคิมแจจุง เธอไม่ได้คิดจะให้เรื่องมันบานปลายแบบนี้ ไม่ได้คิดจะทำร้ายใครถึงขนาดนั้น หากเธอคิดจะเริ่มต้นใหม่...สิ่งที่เธอควรจะทำอย่างแรกก็คือการมาขอโทษคิมแจจุง ขอโทษ...เพื่อที่จะต่อสู้ใหม่อีกครั้ง
แต่ในตอนนี้...ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่ามันหนักอึ้ง รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ประตูข้างหน้านี่เป็นเหมือนกำแพงสูง ที่ไม่ว่าจะพยายามข้ามไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยพ้น คอยกันตัวเธอให้ออกห่างจากคนทั้งคู่
เธอเหนื่อยที่จะข้ามมัน...เธอแพ้แล้ว...แพ้แล้วจริงๆ
สองเท้าของดาน่าค่อยๆถอยห่างจากประตู ก่อนจะก้มหน้าก้มตาออกมาตามทางเดินที่มีแต่แสงสลัวนั่น
“คุณ...!”
เธอหยุด...แล้วเงยหน้าขึ้นมามอง เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายเป็นคนเรียกเธอ...จองจีฮเย
“คุณมาที่นี่ทำไม?” จีฮเยจ้องหน้าเธอเขม็ง แต่ดาน่ายังไม่ตอบ เพียงแต่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด
“หรือว่าที่ทำลงไปมันยังไม่พอ?” จีฮเยค่อยๆก้าวเข้าไปหาดานะช้าๆ สายตาของเด็กสาวดูเอาเรื่อง
“คุณนี่มันใจร้ายสุดๆเลยรู้ไหม!?” เด็กสาวออกหมัดท่าสวยพอๆกับที่พี่ชายเธอสอน ศิลปะป้องกันตัวของจีฮเยเข้าขั้นร้ายกาจผิดกับรูปร่างบอบบางของเธอ ดาน่าก็รู้ดีหากแต่เธอก็ไม่ได้หลบ เพียงแต่หลับตาลงแล้วยืนนิ่งเหมือนจะเต็มใจรับหมัดนั้น
แต่ทว่ากำปั้นของจีฮเยกลับหยุดกลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของดานะเพียงไม่ถึงคืบ ไม่ใช่เพราะเธอเปลี่ยนใจ...แต่เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจจะชกแต่แรกมากกว่า
ดาน่าค่อยลืมตาขึ้น มองจีฮเยอย่างไม่เข้าใจ เด็กคนนี้รักแจจุงมากพอๆกับที่รักพี่ชายเธอ เธอน่าจะโกรธ...น่าจะแค้นใจจนซัดไม่ยั้งแท้ๆ แต่ทำไมเธอถึง...
“พี่สาวบอกว่าให้รู้จักให้อภัย” จีฮเยว่าก่อนจะลดหมัดของเธอลง แล้วถอยออกห่างจากดาน่า แต่ยังคงจ้องหน้าเธออย่างไม่พอใจเหมือนเก่า
อีกครั้งที่เธอแพ้...แพ้ให้กับความบริสุทธิ์ของคนๆนั้น
รู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าวด้วยน้ำใสๆที่เอ่อออกมา แต่เธอก็ระงับมันไว้ได้ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างฝืนๆ ยิ้ม...เหมือนกับกำลังยิ้มเยาะตัวเอง
“พี่สาวเธอเป็นยังไงบ้าง?” หญิงสาวถามขึ้นมา จีฮเยถึงกับตาโต... ‘พี่สาวเธอ’ ...เธอเรียกแจจุงว่าพี่สาว...เธอยอมรับแล้ว?
“ก็ดี...มีพี่ชายดูแลอยู่ตลอดน่ะ” ถึงจะนึกสงสารขึ้นมาบ้าง แต่จีฮเยก็ยังสงสารแจจุงมากกว่า...ขอแกล้งให้เจ็บใจเล่นหน่อยเหอะ!
“เหรอ...” แล้วดาน่าก็เงียบไปอีกครั้ง
“คุณยังไม่ได้ตอบหนูเลยว่าคุณมาที่นี่ทำไม?”
“ฉัน” ริมฝีปากบางที่วาววับด้วยลิปกลอสราคาแพงเม้มแน่น ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป “ฉันมาลาน่ะ แล้วก็...มาขอโทษ”
อีกครั้งที่จีฮเยทำตาโต...ตกใจกับคำตอบของดาน่า เรื่องที่จะไปต่างประเทศสักพักเธอก็พอจะได้ข่าวอยู่ แต่เรื่องขอโทษนี่...ออกจะอยู่เหนือความคาดหมาย เธอไม่ได้จะอคติ...แต่ถ้าใครเคยรู้จักก็ต้องคิดแบบเธอ
“แล้วเจอกับพวกเขาแล้วเหรอ?” จีฮเยถามต่อ
“ยังหรอก”
“ทำไมไม่เข้าไปล่ะคะ?”
ดาน่าเงียบไปอีกครั้ง จีฮเยเห็นสีหน้าลำบากใจของเธอจึงไม่คิดจะถามต่อ บางทีผู้หญิงคนนี้ก็ดูน่าสงสาร ทุ่มเททำผิดมากมายเพียงเพื่อให้ได้ครอบครองพี่ชายของเธอ แต่สุดท้าย...เธอก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง นอกจากต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำโง่ๆของตัวเอง
“ไม่ล่ะ ยังต้องกลับไปเตรียมเรื่องไปอเมริกาอีก” ดาน่าตอบเลี่ยงๆ จีฮเยพยักหน้าเหมือนเข้าใจ .แต่ในใจก็นึกรู้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้าง
“แล้ว...มีอะไรจะฝากไปบอกพวกเขาไหมคะ?”
“ไม่มีหรอก” ดาน่ายิ้มให้บางๆ ก่อนจะก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วหันมาบอกลากับจีฮเย “ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ...เอาเป็นว่าฝากเธอลาพวกเขาด้วยก็แล้วกัน รวมทั้ง...ขอโทษพี่สาวเธอด้วย”
“เรื่องฝากลาน่ะพอได้ แต่เรื่องขอโทษ...ทำไมคุณไม่เข้าไปบอกเองล่ะคะ?”
หญิงสาวนิ่งไปครู่ ก่อนจะพูดด้วยเสียงสั่นๆ “ไม่จำเป็นหรอก...ฉันเชื่อว่าพี่สาวเธอเขารับรู้ได้ ว่าฉันเสียใจจริงๆ”
เด็กสาวพยักหน้าน้อยๆ ได้แต่มองตามแผ่นหลังห่อเหี่ยวนั่นไป เธอรู้ดีว่าดาน่าไม่กล้าเข้าไปมากกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนสามคนสอนให้เธอรู้อะไรหลายอย่าง ความรักแม้จะสวยงามและทำให้มีความสุข แต่อีกด้านมันก็ทำร้ายคนได้อย่างเจ็บปวดเช่นกัน แล้วความเจ็บปวดนั่นควรจะได้รับการเยียวยาบ้างไหม?
“เดี๋ยวค่ะ” จีฮเยตัดสินใจเรียก ฮียอลดาน่าค่อยหันมาหาเธอช้าๆ
“โชคดีนะคะ...พี่ดาน่า” เป็นครั้งแรกที่จีฮเยเรียกเธอว่าพี่ พร้อมกับส่งรอยยิ้มจริงใจ “ทุกคนก็คงอยากจะพูดอย่างนี้เหมือนกัน”
ดาน่าไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่โค้งให้น้อยๆ แล้วยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไป รอยยิ้มหม่นหมองนั่น...สักวันมันคงจะสดใส หากเธอได้พบกับใครสักคน...ที่เป็นของเธอจริงๆ
.
.
.
“มาแล้วค่า~~~~!!” เสียงสดใสมาพร้อมกับรอยยิ้มร่าเริงของเด็กสาว พร้อมกับกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมสีดำใบย่อมที่เธอสะพายมาด้วย บ่งบอกให้ทุกคนในห้องพักของโรงพยาบาลรู้ว่า กาแฟรสชาติหอมหวนของร้านประจำมาถึงแล้ว
“สวัสดีจีฮเย” ทุกคนหันไปทักเธอเป็นเสียงเดียวกัน เว้นแต่หนุ่มน้อยร่างสูงที่ไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาจ้องกระเป๋านั่นไม่วางตา...ลาภปาก!
“วันนี้ไม่ไปทำงานพิเศษหรือเราน่ะ?” คนเป็นพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงหันมาถาม
“ไปมาแล้ว แต่คุณคังเขาบอกว่าให้เอานี่มาเยี่ยมพี่สาว...แล้วก็ทำมาเผื่อทุกคนด้วย” จีฮเยว่าพลางหยิบของในกระเป๋านั่นออกมา กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไปทั่วห้องทันที
“ว้าว...เห็นทีแค่ซีดีแผ่นเดียวคงไม่พอแล้วล่ะ ฝากบอกคุณคังด้วยนะจีฮเย ถ้าโชว์เคสออกเมื่อไหร่เดี๋ยวจะเซ็นชื่อฝากไปให้” ยูชอนว่าขณะลุกจากโซฟา เดินไปหาเจ้าเครื่องดื่มกลิ่นหอมเตะจมูกนั่น
“อันนี้...แคฟเฟ่อเมริกาโนของพี่ยูชอนค่ะ หนูเติมน้ำตาลมาให้เท่าเดิมแล้วนะคะ แล้วก็นี่...คาราเมลมาคคิอาโตของพี่จุนซู” เธอยื่นถ้วยกาแฟที่ยังร้อนอยู่ทั้งสองถ้วยให้กับยูชอน ชายหนุ่มรับมันไปก่อนจะเดินกลับไปหาจุนซูที่นั่งยิ้มรออยู่
จีฮเยขลุกขลักอยู่กับกระเป๋านั่นอีกครู่หนึ่ง ก็หยิบออกมาอีกสองถ้วยแล้วค่อยเดินไปที่เตียง “อ่ะ...คลาสสิกไซฟ่อนของพี่ชาย แล้วก็...ของพี่สาวเอาเป็นโก้โก้ร้อนไปก่อนนะคะ” เธอยื่นให้อย่างภูมิใจในฝีมือสุดๆ
“ขอบใจนะจีฮเย” แจจุงยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ก่อนจะยืดคอไปดูโก้โก้ของเขาที่อยู่ในมือยุนโฮ
“กินเลยไหม?” ร่างสูงวางถ้วยกาแฟของตัวเองลงที่โต๊ะเล็กข้างเตียง ก่อนจะจัดการเปิดฝาแก้วโก้โก้
“อื้ม!” คนเจ็บเสียงใสขึ้นมาทันใด ก่อนจะปล่อยให้ยุนโฮป้อนโก้โก้นั่นให้ทีละนิด จีฮเยยิ้มอย่างสุขใจกับภาพที่เห็น
อา...สมองYของเธอเริ่มทำงานอีกแล้ว เดี๋ยวคืนนี้จะกลับไปแต่งฟิก!!
แต่เดี๋ยว...เธอลืมอะไรไปรึเปล่า...?
“นี่...เธอ แล้วของฉันล่ะ?” หนุ่มน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆพวกจุนซูถามขึ้น ในใจก็นึกหวั่นว่ายัยนี่จะแกล้งลืมของเขารึเปล่า
“อยู่ในกระเป๋านั่นแหละ หยิบเอาเองสิ” เธอพยักเพยิดไปทางโต๊ะกินข้าว ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้เยื้องๆกับพวกจุนซู ชางมินเบ้ปากใส่เธออย่างขัดใจก่อนจะเดินไปหยิบเอาเองตามเธอว่า เห็นทีเขากับยัยนี่คงจะญาติดีกันได้ลำบากล่ะชาตินี้
ชางมินเปิดกระเป๋าเก็บความร้อนนั่น แล้ว...
“...!!!?!!!...”
“มีอะไรเหรอชางมิน?” จุนซูทักขึ้น เมื่อเห็นเจ้าน้องเล็กของวงเอาแต่จ้องลงไปในกระเป๋านั่นแล้วเอาแต่กระพริบตาปริบๆ
“มะ...ไม่มีอะไร” หนุ่มน้อยหันมาตอบยิ้มๆ ก่อนจะล้วงเอากาแฟของตัวเองออกมา พร้อมกับกล่องเล็กๆอีกใบที่เขาพยายามแอบไม่ให้คนอื่นๆเห็น...กล่องเค้กที่มีกระดาษเล็กๆเขียนแปะไว้
ถ้ายังอยากกิน...ห้ามพูดอะไรออกมานะอีตาบ้า
ปล. ขอบใจนะที่ช่วยปลอบ
เห็นชางมินไม่พูดไม่จานอกจากนั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ เด็กสาวจึงถอนใจอย่างโล่งอก ความจริงนอกจากเรื่องนั้นแล้วยังมีอยู่หลายเรื่องที่อยากจะขอบคุณ รวมทั้งเรื่องพี่ชายเธอด้วย แต่เขียนไว้แค่นั้นก็บุญโขแล้วล่ะ...เพราะเธอขี้เกียจ
“เอ่อ...” อยู่ๆจีฮเยก็อ้ำอึ้งเมื่อนึกจะบอกเรื่องของดานะ จนทุกคนต่างหันมามองเธอ
“มีอะไร...จีฮเย” ยุนโฮหันมาถาม
“คือว่า...เมื่อกี้หนูเจอพี่ดาน่า”
“ที่ไหน!?” จุนซูถามหน้าตาตื่น ตั้งแต่เห็นสภาพแจจุงวันนั้นเขายังขยาดผู้หญิงคนนี้ไม่หาย
“ตรงทางเดิน”
“แล้วตอนนี้เธอ...!” ยูชอนกำลังจะถามต่อ
“กลับไปแล้วค่ะ” เด็กสาวชิงตอบเสียก่อน “เห็นบอกว่าจะไปอเมริกา ก็เลยฝากหนูมาลาทุกคน...แล้วก็ฝากมาขอโทษพี่สาวด้วย” จีฮเยตอบเบาๆ ให้ตายเหอะ...แค่ชื่อของผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้บรรยากาศดีๆเสียหมด แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเธอรับปากว่าจะบอกให้แล้ว
“เธอไม่กล้าเข้ามาเองรึไง” ชางมินถามขึ้น
“อื้อ...ดูเธอหงอยๆไปเลย ขนาดว่าฉันจะ...!!” อยู่ๆจีฮเยก็ยกมือขึ้นปิดปากเงียบ...พฤติกรรมแบบนั้นไม่สมควรให้ใครรู้เล้ยยยย!!!
“จะอะไรเหรอจีฮเย?” แจจุงหันมาถาม
“จะ...จะแกล้งต่อยเขา เขายังไม่คิดจะหลบเลย” จีฮเยตอบเสียงอ่อยๆ แล้วก็ก้มหน้าหนีสายตาอึ้งๆของทุกคนงุดๆ
“ฮะ...ฮะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ยูชอนหัวเราะซะเสียงดัง ก่อนที่คนอื่นจะหัวเราะตามในที่สุด เว้นแต่ยุนโฮที่ได้แต่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดหน้า จองจีฮเยจะต่อยคน สมกับเป็นน้องสาวจองยุนโฮจริงๆ
บรรยากาศในห้องดูปลอดโปร่งขึ้นจากเสียงหัวเราะเหล่านั้น จีฮเยได้แต่ยอมนั่งเงียบๆให้คนอื่นแม้แต่ชางมินหัวเราะใส่เธอ เพราะเมื่อกี้เธอเองเป็นคนทำให้บรรยากาศมันเสีย
...จะยอมให้สักวันก็แล้วกัน...
.
.
.
เสียงประตูห้องปิดลงหลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว เหลือเพียงยุนโฮที่ยังยืนยันว่าจะอยู่นอนเฝ้าแจจุงที่นี่ แต่ก็รับปากว่าพรุ่งนี้จะไปทำงานพร้อมกับยูชอนแน่ๆ ร่างสูงเดินไปส่งเพื่อนและน้องสาวที่ประตูเสร็จก็เดินยิ้มกลับมาหาคนบนเตียง สายตาเลื่อนลอยที่มองออกไปนอกหน้าต่าง บ่งบอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
“คิดอะไรอยู่...หือ?” ยุนโฮนั่งลงที่ขอบเตียง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ
ริมฝีปากสีกุหลาบที่ยังมีรอยช้ำอยู่นิดๆตรงมุมเม้มแน่น จริงอยู่ที่เขาไม่คิดจะเอาเรื่องกับดาน่า เพราะไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อและไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจ แต่หากถามว่าจิตใจลึกๆเขาคิดยังไง มันก็ต้องมีโกรธมีกลัวบ้างเป็นธรรมดา บาดแผลทางกายนั้นคงฝังลึกไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับรอยแผลลึกในใจ ภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนเป็นฝันร้ายอยู่ทุกคืน แต่เพราะมียุนโฮอยู่ข้างๆ ถึงได้มั่นใจว่าสักวันเขาจะต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้
ดาน่า...เธอกำลังจะไปแล้ว ในฐานะคนรักเก่า...ในฐานะเพื่อนกัน แจจุงไม่รู้ว่ายุนโฮอยากจะเจอกับเธอสักครั้งไหม เขาควรจะถามอะไรกับยุนโฮไหม ในเมื่อยุนโฮไม่ได้พูดอะไรเลย และไม่เคยเอ่ยถึงชื่อเธอให้เขาได้ยินด้วยซ้ำ แต่เขาเอง...ก็ไม่อยากให้ยุนโฮต้องลำบากใจ
“นายจะไป...”
“ไม่หรอก...” ริมฝีปากหยักยกยิ้มบางๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำท่าแปลกใจ ที่เขาดูออกว่าแจจุงกำลังคิดอะไรอยู่ “ถ้าเป็นเรื่องของดาน่า ฉันจะไม่ไปพบเขาหรอก การที่เขาไม่ยอมเข้ามาลาเอง แสดงว่าไม่มีความจำเป็นที่ฉันต้องไปพบเขา ทุกอย่างมันจบลงแล้ว อีกอย่าง...สักวันเมื่อทุกอย่างมันดีขึ้น พวกเราก็เพื่อนกันทั้งนั้น สักวันจะต้องได้พบกันอีก ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นเถอะ”
คำตอบนั่นทำให้คนฟังยิ้มน้อยๆ มันเหมือนเป็นคาถาวิเศษที่ทำให้เขาสบายใจ ยุนโฮจะรู้ตัวไหม...ว่านับวันเขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองคงจะขาดยุนโฮไม่ได้ เขาเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ ว่าท่ามกลางผู้คนมากมาย...ทำไมถึงต้องเป็นยุนโฮ ผู้หญิงหลายคนที่เคยคบหรือแม้แต่ผู้ชายหลายคนที่มาตอแย...ทำไมถึงทำให้เขาหลงรักไม่ได้ แต่กลับมาเป็นคนๆนี้...คนตรงหน้านี้ ที่เพียงคำพูดไม่กี่คำหรือแม้แต่การกระทำเล็กๆน้อย ทำไมถึงได้มีอิทธิพลต่อตัวเขาไปเสียหมด
แต่แจจุงไม่ได้ต้องการคำตอบของคำถามพวกนั้น เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการ...ก็คือยุนโฮ
“ยุนโฮ...” เสียงหวานเรียกเบาๆ
“หืม?”
“อยากกอด” ว่าพลางยิ้มหวานให้จนใจแทบจะละลาย ยุนโฮเขยิบเข้าไปใกล้ ค่อยๆสอดวงแขนโอบผ่านเอวบาง ก่อนจะกอดร่างเพรียวนั้นไว้ทั้งตัว กลิ่นแชมพูอ่อนๆที่เขาสระให้วันนี้หอมจางๆ ชวนให้เคลิ้มเอาได้ง่ายๆ ฝ่ามือใหญ่ลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ รู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก มันแตกต่างจากทุกครั้งที่เขาเคยกอดแจจุง อาจเป็นเพราะในตอนนี้...เขากอดเพราะรัก...รักมากเหลือเกินคนๆนี้
“ฉันรักนายนะ...แจจุง”
“หึๆ...รู้แล้ว” ใบหน้าสวยออกสีระเรื่อ ซบลงกับไหล่กว้างอย่างเขินๆ ทำไมนะ...ฟังกี่ครั้งก็ยังรู้สึกจั้กกะจี้ทุกที
“หายไวๆนะ” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆที่ข้างหู “ฉันอยากกอดนายจะแย่อยู่แล้ว”
“ก็กอดอยู่นี่ไม่ใช่รึไง” คำตอบพาซื่อของแจจุง ทำให้อีกฝ่ายยิ้มกว้าง ไม่แน่ใจว่าคนที่ทำหน้าตาเซ็กซี่ได้ขนาดนั้นตอนอยู่หน้ากล้อง กับคนที่ไม่เข้าใจคำว่า ‘กอด’ ของเขาในตอนนี้เป็นคนๆเดียวกันแน่หรือ ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเลื่อนมันแตะใบหูนิ่มจนอีกฝ่ายสะดุ้งเบาๆ พร้อมกับหัวเราะคิก พยายามยักไหล่หนีแต่ก็ทำได้จำกัด ริมฝีปากร้อนยังคงตามติดก่อนจะขบเม้มเบาๆกับใบหูอ่อนที่เริ่มแดงจัดนั่น ลิ้นชื้นแตะไล้จนอีกฝ่ายเริ่มส่งเสียงเบาๆเหมือนแมวคราง
“ยุน...” เสียงหวานขาดหายเพราะพยายามระงับเสียงครางในลำคอ เมื่ออ้อมแขนนั้นกระชับเข้าพร้อมกับริมฝีปากชื้นลากผ่านลำขอขาวแล้วขบเม้มจนเกิดรอย รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ...เพราะจะขัดขืนดิ้นรนก็ไม่ได้ ถึงแม้จะเต็มใจให้ทำอย่างนี้...แต่มันก็รู้สึกอายอยู่ดี
“อื้อ...” พยายามยังไงเจ้าเสียงสั่นๆนั่นก็ยังลอดออกมาอยู่ดี เขายังไม่พร้อมในตอนนี้ และเริ่มกลัวว่าต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น แจจุงกำลังสั่นไปทั้งตัวจนคนรุกรานรู้สึกได้ ในเมื่อแกล้งจนพอใจแล้วจึงค่อยๆผละออก ก่อนหันมาสบตากับคนขี้อายที่ตอนนี้หน้าเป็นสีแดงระเรื่อ
“ยุนโฮบ้า!” เสียงหวานตัดพ้อเบาๆพร้อมกับสายตาค้อนนิดๆ ยุนโฮได้แต่ยิ้มขำ นี่ถ้าไม่เห็นว่ากำลังป่วยอยู่ล่ะก็...ท่าทางน่ารักแบบนั้นมันเชิญชวนนะรู้ไหม
วงแขนแกร่งกระชับร่างเพรียวเข้ากับอกอุ่นอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจยาว “ทีนี้รู้รึยัง...ว่าถ้าหายแล้วจะโดนกอดยังไง”
ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัดขึ้นไปอีก คิดไม่ออกว่าจะอยากหายดีมั้ย “อีกนานแหละ...กอดแค่นี้ไปก่อนละกัน” พูดเหมือนงอนเพราะถูกแกล้ง ยุนโฮจึงหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ ก่อนจะถามขึ้นมา
“แขน...ยังเจ็บมากอยู่ไหม?”
“อื้อ...ยกไม่ขึ้นเลย อยากกอดนายตอบ...ก็กอดไม่ได้” เสียงตอบที่ไหล่กว้างดูหงอยๆ
“ไม่เห็นเป็นไร แต่ฉันกอดนายได้นี่...แค่นี้พอไหม?” ว่าพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“ไม่”
“แค่นี้ล่ะ?” แน่นขึ้นอีกนิด
“ไม่...”
“หือ?” เสียงคนตอบดูขาดหาย ยุนโฮคลายอ้อมกอดออกก่อนจะประคองร่างเพรียวลงบนที่นอนอย่างเบามือ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้...หลับง่ายซะจริง
ยิ่งมอง...คนตรงหน้าก็ยิ่งเหมือนภาพฝัน แม้ในยามเจ็บอย่างนี้ก็ยังชวนให้หลงใหล อดใจไม่ได้...ต้องโน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากอุ่นกับเรียวปากสีกุหลาบนั่นช้าๆ แต่ก็ต้องหักห้ามใจสัมผัสแค่แผ่วเบาเพราะไม่อยากให้ตื่น ที่สุดก็ต้องถอยตัวเองออกมา...แล้วนั่งมองอย่างนั้นอยู่นาน
“ฉันรักนาย...แจจุง”
กระซิบบอกเท่าไหร่ก็คงไม่พอ...แต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกได้
ความรักเป็นเรื่องแปลก...ทั้งที่เรียนรู้แสนยาก แต่คนโง่คนหนึ่งกลับครอบครองมันได้
ความรักเป็นเรื่องแปลก...บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่มองเห็นมันได้เพียงแค่ใครบางคนยิ้ม
...สัมผัสมันได้ทุกครั้งที่กอดใครบางคน
...รู้สึกมันได้อยู่ทุกลมหายใจ
ความรักที่อยู่ตรงหน้า ความรักบางเบา...แต่มั่นคงและผูกพันยิ่งกว่าใคร
.
.
.
...ความสุขของการได้รักใครสักคนคืออะไร...
‘ถ้าคิดจะรักใครสักคน...ก็อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะความรักไม่ได้ตอบแทนเราด้วยความสุขเสมอไป แต่ความรู้สึกที่ได้รักนั้นต่างหาก...ที่จะอยู่กับเราตลอดไป’
คิมแจจุงทำได้...ทำได้ดีเสียยิ่งกว่านั้น
ความสุขมีอยู่รอบตัว...ไม่เพียงแค่จากคนรัก
...แต่ยังจากเพื่อนที่ดี...
‘...ฉันแค่อยากให้นายรู้ไว้...ว่านายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว นายยังมีฉัน...มียูชอน...แล้วก็ชางมินอยู่’
‘ขอเอาเลือดโง่ๆของมันออกหน่อยเหอะ...มันไม่เห็นรึไงว่าที่แจจุงเป็นแบบนี้ก็เพราะใคร!!’
‘ก็ทฤษฎีแห่งความรักไงล่ะ’
...จากคนรอบข้าง...
‘ก็ฉันดีใจนี่ ฉันน่ะกลัวว่าพี่สาวเค้าจะคิดอะไรโง่ ถึงพวกนายจะพูดแบบนั้น แต่ฉันก็ยังกังวลอยู่ดีนายรู้ไหม...’
‘...งั้นต่อไปถ้าพี่แจจุงจะร้องไห้อีก อย่าลืมมาหาผมนะ...เพราะผมเป็นเพื่อนพี่ ผมจะปลอบพี่เอง บ้านผมอยู่ข้างๆโรงเรียนนี่แหละ’
...แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าใคร...
‘ฉันไม่มีวันทิ้งนาย จำเอาไว้นะแจจุง’
...สำคัญยิ่งกว่าสิ่งไหน...
‘ฉันรักนาย...แจจุง’
.
.
.
‘ได้ยินเสียงหัวใจนายด้วย’
‘เหรอ...ได้ยินว่าไงล่ะ’
‘ได้ยิน...ว่านายรักฉัน แล้วฉัน...ก็รักนาย...’
- FIN -