00-Update

Confession

posted on 06 Sep 2009 22:12 by shion-moongrow  in 00-Update

 

 

 

สวัสดีค่ะ  ^^

โผล่หน้ามาแต่ละทีไม่วายทำให้คนอ่านได้ใจหายใจคว่ำเสมอเลยเนอะ...แน่ะ!  หายไปเป็นเดือนยังมีหน้ามาเนอะอีก 555

ยิ้มกันหน่อยน่า...นะ   กว่าชิอนจะยิ้มออกแต่ละทีมันยากนา....


วันนี้อากาศดี   แล้วก็จิตใจปลอดโปร่งขึ้น   และหวังว่าอะไรหลายๆอย่างในชีวิตจะดีขึ้นด้วย
ชิอนเลยจะถือโอกาสนี้มาเล่าอะไรหลายๆอย่างให้เพื่อนๆฟังกัน   ในระหว่างที่กำลังรอรวมเล่ม puzzle กันนะคะ

.
.
.

ชิอนอนนี่หายไปไหน...ทำไมไม่มาต่อฟิกซะที?
น้องชิอนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
พี่ชิอน...เค้ารอ puzzle กับ timeless อยู่นะ...

.
.
.

เป็นคำถามทุกคนเฝ้าแวะเวียนเข้ามาถามเสมอ   ไม่ว่าจะในบล็อกหรือในเมล์ก็ตาม   และชิอนรับรู้เสมอว่าทุกคนเป็นห่วง   ขอบคุณมากค่ะ...ที่ยังอยู่ข้างๆกันเสมอมา


ใช่ค่ะ...ชิอนหายไป  
หายไป...ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆโดยแทบไม่ได้ทำอะไรเลย
...เรียกว่าทำอะไรไม่ได้เลยมากกว่า...

อย่างที่บางคนได้รับรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว   ว่าชิอนต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากจะทำ
ต้องอยู่ในที่ที่ตัวเองไม่อยากจะอยู่   ผลสุดท้ายที่ออกมามันจึงไม่สวยงามนัก
ช่วงที่สับสนที่สุดในชีวิต...เลยตัดสินใจใช้เวลา 1 อาทิตย์กลับไปเที่ยวที่โซลกับ rural จังอีกครั้ง
ไปมันทั้งๆที่เพิ่งลางานไปมาเมื่อต้นปีมันนี่แหละ   ใช้วันลาพักร้อนทั้งหมดที่มีหมดไปกับโซลเลยค่ะ

...แล้วก็ได้คำตอบ...

กลับมายื่นใบลาออกให้กับหัวหน้าของตัวเองซะเลย   (ในที่นี้ชิอนขอเรียกเขาว่าหัวหน้านะคะ  ส่วนบรรดาผู้บริหารใหญ่ๆจะเรียกว่าพวกท่านลุงละกัน)   ตอนที่ยื่นเสร็จรู้สึกโล่งใจทั้งตัวเองและตัวเขาอย่างบอกไม่ถูก
โล่งใจตัวเอง...เพราะเหมือนยกเอาหัวโขนที่คนอื่นสวมให้มาสองปีออกไปซะ
โล่งใจหัวหน้าเขา...เพราะเขาเป็นคนพูดเอง...ว่าเพราะชิอนไม่ชอบอาชีพนี้...เพราะชิอนเป็นคนป่วย   เป็นภาระต่อที่ทำงานของเขา   จนครั้งหนึ่งเขาถึงกับพูดกับชิอนเลยด้วยซ้ำ  “พี่ว่าเราลาออกซะเถอะ...พี่เหนื่อยว่ะ”  
โอ้โห...รู้สึกว่าตอนนั้นอยากจะชกหน้าผู้ชายคนนี้จัง   คิดว่าฉันอยากจะทำงานที่นี่เพราะคุณอย่างนั้นหรือ   ฉันทำก็เพื่อปากท้อง   ฉันอดทนก็เพื่อเห็นแก่หน้าพ่อแม่ฉัน   เพราะนี่เป็นความฝันของแม่ฉัน   เป็นสิ่งทดแทนพี่ชายของฉันที่เสียไป...ที่เขาไม่มีโอกาสได้มายืนตรงจุดนี้เหมือนฉัน   ตอนนั้นยังอยู่ที่ที่ทำงาน...ได้แต่กลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ใครได้เห็น   ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราอ่อนแอ   อดทนทำงานจนกระทั่งพักเที่ยง...ถึงได้ไปร้องไห้ที่บ้าน   ร้องคนเดียว   ไม่ให้ใครเห็น...เพราะไม่อยากให้แม่รู้  
 
หลังจากครั้งนั้นเคยคิดจะลาออกหลายครั้งค่ะ   เพราะสุดจะทนกับหัวหน้าเขาแล้ว   รวมทั้งหัวหน้าฝ่ายการเงินที่เขาเป็นพวกเดียวกันอีก    แต่พอเรื่องถึงหูพวกท่านลุงๆ   ด้วยสาขาของชิอนเป็นงานด้านที่ขาดแคลน   เขาจึงขอร้องไม่ให้ออก   และคงเห็นแก่บรรดาอาจารย์ที่ขอร้องไว้ด้วย   ส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่าตอนเรียนเป็นเด็กดีมาตลอด   เป็นที่รักของอาจารย์....และอาจารย์ท่านหนึ่งก็เป็นภรรยาของหนึ่งในท่านลุงด้วย    ท่านจึงขอร้องไม่ให้ออก    ชิอนเห็นแก่ผู้ใหญ่ก็เลยไม่ออก    คิดว่าจะยอมอยู่ไปอีกสักพักให้เขาหาคนใหม่ได้   แต่...

แต่ตอนนี้มันไมไหวแล้ว...

ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัด    ตอนแรกชิอนคิดว่าไปเกาหลีแค่จะไปพักผ่อนเฉยๆ    พอให้ใจเย็นลงแล้วค่อยๆคิดว่าจะทำยังไงต่อ   อาจจะไม่ถึงขั้นต้องลาออกก็ได้    แต่พอได้มาอยู่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายแล้วค่อยๆคิด    กลับยิ่งพบว่าตัวเองต้องการอะไร   และยิ่งรู้ว่าถ้าดันทุรังทำเพื่อคนอื่นต่อไป...ชีวิตคงจะไม่ได้พบกับคำว่าความสุขที่แท้จริงเลย  

.
.
.


กลับมาถึงก็ยื่นใบลาออกทันที

เป็นความตั้งใจของตัวเอง...เป็นตัวของตัวเองเป็นครั้งแรก  

และรู้สึกปลอดโปร่งที่สุด


.
.
.


แต่สิ่งที่เราทำลงไปยอ่มมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
พ่อกับแม่ไม่ว่าอะไรเลย   เพียงแต่บอกว่า... ‘ขอโทษ’ ...และ... ‘เข้าใจ’
ความรู้สึกของชิอนในตอนนั้นคือทั้งดีใจและรู้สึกผิด   ตอนแรกมันดีใจที่พ่อกับแม่เข้าใจ   บอกกับตัวเองว่าต่อให้คนทั้งโลกด่าว่าเราโง่...ทิ้งงานดีๆเงินเดือนเป็นแสน(แต่เจ้านายไม่เวิร์ค...แถมใจไม่รัก)ไปตายเอาดาบหน้าก็ไม่เป็นไร   ต่อให้ญาติๆหาว่าเราเห็นแก่ตัว...ไม่เห็นแก่หน้าตาพ่อแม่ก็ไม่เป็นไร    ขอแค่พ่อกับแม่เข้าใจก็พอแล้ว

แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกผิด   และยังคงมองเห็นแววตาผิดหวังของพวกท่านทุกครั้งที่มองดูเรา   เห็นแม่เอารูปรับปริญญาของเราออกมาเช็ดแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิด   เวลาหยิบหนังสือไว้อาลัยของพี่ชาย...ของพี่รหัสตัวเองขึ้นมาอ่านก็ยิ่งคิดถึง   พี่ชายคนนี้อยากอยู่ในที่ๆชิอนยืนอยู่มาก...เพราะมันเป็นอาชีพที่เขาใฝ่ฝัน   แต่เขาทำมันไม่ได้เพราะจากไปก่อนวัยอันควร    ถึงไม่เคยมีใครโทษ...แต่ว่ามันก็อดจะโทษตัวเองไม่ได้   ยังคงคิดอยู่เสมอว่าถ้าวันนั้นชิอนรับปากออกไปทานข้าวกับเขาซะ    เขาก็คงไม่ต้องออกไปกินเหล้ากับเพื่อนแทนจนรถคว่ำ   ทั้งๆที่เขาโทรชวนแล้ว...แต่แค่เพราะห่วงจะอ่านหนังสือสอบชิอนถึงไม่ยอมไป   ไม่นึกเลยว่าเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเราก็จะไม่ได้เจอ...ไม่ได้ยินเสียงกันตลอดไปแล้ว    ถึงไม่เคยเล่าให้ใครฟัง...ถึงยังคงยิ้มและบอกคนอื่นอย่างยิ้มแย้มว่าลาออกแล้วก็เถอะ   แต่ในใจกลับเจ็บปวด...เพราะต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พอคิดมากๆเข้าก็แทบจะเป็นบ้าซะให้ได้   อยากหนี...ไม่อยากเจอใคร   อยากทำใจสักพัก
อยากแน่ใจว่าสิ่งที่ตัดสินใจด้วยตัวเองนั้นถูก    หรือต่อให้มันผิดก็อยากจะก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง
ร้องไห้...หงุดหงิด...รู้สึกตอนนั้นตัวเองอารมณ์ไม่นิ่งเลย    แต่งอะไรไม่ได้สักอย่าง    เลยบอกให้ rural จังว่าออกแบบปก puzzle ไว้รอเลยนะ  จะกลับไปเกาหลีสักพัก   ทำใจได้เมื่อไหร่แล้วจะเอาต้นฉบับมาให้เข้าเล่ม...


.
.
.


อ่า....ใช่แล้วค่ะ  

ตอนนี้ชิอนอยู่ที่เกาหลี    ขอเตร็ดเตร่เป็นคนจิตว่างสักพักนะคะ   แล้วจะเอาต้นฉบับกลับไปฝากทุกคน
หรือว่างๆใครอยากอ่านวิธีเที่ยวกรุงโซลคนเดียว   แบบพูดเกาหลีเป็นแค่ 3 คำล่ะก็บอกได้นะคะ   แหะๆ...ไม่ใช่ผู้เชียวชาญอะไรแต่ก็ทำมาหลายทีแล้ว   ชิอนก็จะมาอัพไปพลางๆก่อนเอาฟิกมาลงได้ค่ะ

 

 

 

แถม
...พระจันทร์คืนนี้ที่โซลค่ะ   ถ่ายจาก COEX ตอนสามทุ่ม...