Never change

posted on 25 May 2009 23:00 by shion-moongrow  in Short-fic

 

 


   
Title : Never change
Author : Shion
Pairing : Yunho x Jaejoong, Yoochun x Junsu, Ft. Changmin
Genre : drama/yaoi
Rating : PG-13
Author’s note : ยังเปิดสำรวจจำนวนคนที่ต้องการรวมเล่ม Puzzle กับ Love fool อยู่ นะคะ^^
ตามไปตามลิงค์นี้ค่ะ
 
http://shion-moongrow.exteen.com/20090328/puzzle-26

Warning : ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้น อาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลในฟิก และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love หรือ yaoi ขอให้พิจารณาก่อนอ่าน หากรับไม่ได้ขอให้ปิดหน้านี้ลงเสีย...ขอบคุณค่ะ

 

 

 

 


Never change

 


บางคนมีความสุขที่ได้รออยู่ตรงนี้...ตรงที่เดิมที่ได้รับความอบอุ่นที่โหยหา
ตรงที่เดิม...ที่คอยเฝ้าย้ำกับตัวเองว่ามันเป็นที่ของเขา
...ที่เดิม...ที่ใครคนนั้นจะมองเห็นเขาเสมอ
...ที่เดิม...ที่จะไม่มีใครมาทดแทนได้

...ไม่มี...

 

.
.
.

 

...ปึง!...

 

 

มือเรียวดึงประตูอพาร์ตเม้นท์ให้ปิดลง   ก่อนจะคลำหาสวิทช์ไฟอย่างเคยชิน   พอแสงตรงทางเดินสว่างขึ้น   ยูโนว์ยุนโฮก็ถอดผ้าใบสีขาวคู่เก่งวางบนชั้นข้างฝา   ขาคู่ยาวพาร่างกายอ่อนล้าไปตามทางเดิน   ก่อนจะหยุดนิ่งตรงห้องนั่งเล่นอันเคยเป็นมุมโปรดของเขาเองและสมาชิกในวง   วันเวลาหมุนผ่าน...คนเราเองก็เปลี่ยนไป   ทั้งยูชอน...จุนซู...ชางมิน...หรือแม้แต่ตัวเขา   เพราะทุกคนต่างโตขึ้น   ต่างต้องมีโลกของตัวเอง   ต่างต้องพบเจอกับผู้คน   ยุนโฮคิดเช่นนั้น...ทว่าไม่ใช่กับใครอีกคน    

...แจจุงยังคงอยู่ตรงนั้น...

เจ้าของร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดนอนสีเข้มยังคงรอเขาอยู่ที่เดิม   คู้กายอยู่บนโซฟาตัวเดิมราวกับลูกแมวตัวน้อย   เปลือกตาบางหลับพริ้ม...ซ่อนนัยน์ตาสวยแต่แสนเศร้าไว้ในยามนิทรา  จมูกโด่งรั้นผ่อนผ่านลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ   ริมฝีปากแดงเผยอน้อยๆคล้ายเชื้อเชิญให้สัมผัสโดยไม่รู้ตัว  เป็นภาพเดิมๆที่เขามองเห็นอยู่ทุกวัน  

...แจจุงไม่เคยเปลี่ยน...

เขาช้อนร่างของเพื่อนร่วมวงขึ้นอุ้ม   ก่อนที่ดวงตาของคนที่ควรหลับอยู่จะค่อยปรือปรอยขึ้น    ดูเหมือนแจจุงไม่ได้แปลกใจเลยสักนิด

...แจจุงยังเหมือนเดิม...

“กลับมาแล้ว”    ยุนโฮเอ่ยเบาๆ   ราบเรียบ...เพราะเป็นบทพูดเดิมๆ...เป็นเรื่องราวซ้ำๆ...เป็นไปโดยอัตโนมัติเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายแย้มยิ้มให้   ก่อนสองแขนจะวาดคล้องคอเขา...ก่อนใบหน้าสวยยิ่งกว่าใครจะซุกซบลงกับอก   ปล่อยให้เขาโอบอุ้มไปจนถึงเตียงหลังใหญ่ที่ในระยะหลังนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกใช้งานบ่อยนัก    ด้วยเพราะเขาเองมักจะไปค้างบ้านเพื่อน   และแน่นอนว่าแจจุงเองก็รอเขาอยู่ตรงโซฟานั้นเสมอ    ไม่ว่าเขาเองจะกลับมาหรือไม่ก็ตาม   เขารู้...เพราะหากกลับมาในตอนเช้า...ก็จะเห็นแจจุงยังคงนอนอยู่ที่ตรงนั้น

...แจจุงไม่เคยไปไหน...

เขาวางแจจุงลงกับที่นอนนุ่ม   ดึงผ้าห่มคลุมให้เสร็จสรรพ   ก่อนจะก้มลงกระซิบเบาๆอีกครั้ง   มองดูใบหน้าง่วงงุนพยักรับน้อยๆ    แล้วจึงผละหายเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ต้องตระเตรียมสิ่งใด    ผ้าเช็ดตัว...แปรงสีฟัน...เจลล้างหน้า...สบู่เหลวกลิ่นเดิม...ไปจนถึงชุดนอนที่หอมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ    ทุกอย่าง...

...แจจุงเตรียมไว้ให้เขาแล้วเสมอ...

ยุนโฮกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง    จัดการปิดไฟทุกดวงแล้วจึงเดินไปยังเตียงที่มีใครอีกคนรออยู่    ก่อนจะค่อยทิ้งกายลงนอนเคียงข้าง   สอดกายเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน    แล้วสองแขนก็รับเอาร่างเพรียวที่พลิกเข้าหาอ้อมกอดของเขาเอาไว้   จมูกโด่งจรดลงกับเรือนผมนุ่ม   สูดเอากลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคย   ก่อนจะหลับตาลงแล้วจึงตามอีกคนเข้าสู่ห้วงความฝัน    คืนนี้...

...แจจุงยังคงอยู่ในอ้อมกอดเขาเช่นเคย...

ยุนโฮเคยถามตัวเอง...ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและแจจุงนั้นคืออะไร   ยังจะเรียกว่าเพื่อนได้อยู่ไหม...ในเมื่อยังคงโอบกอดเอาไว้แบบนี้    ยังคงห่วงหาและคิดถึงทุกครั้งที่ต้องห่างหายกันไป    ยังต้องกลับมาทุกครั้งเมื่อคิดว่ามีใครที่รอเขาอยู่    ใครคนนั้นที่ใส่ใจเขาในทุกๆเรื่องยิ่งกว่าใคร

...แจจุงยังคงเป็นใครคนนั้นสำหรับเขา...

แต่จะเรียกว่าคนรักได้ไหม...ในเมื่อต่างไม่มีใครเคยบอกว่ารัก    ในเมื่อเขาไม่เคยล่วงเกินอีกฝ่ายไปเกินกว่านี้    ไม่เคยกอดจูบแนบกายเช่นผู้หญิงคนไหนๆที่ผ่านเข้ามา     ในเมื่อเขาเองยังคงเห็นความสัมพันธ์ของเพื่อนเก่าสมัยเรียนว่าสำคัญไม่แพ้กัน    ในเมื่อเขายังคงต้องการโลกส่วนตัวที่ได้เป็นจองยุนโฮไม่ใช่ยูโนวยุนโฮ     ในขณะที่ตัวเขาเองก็รู้...รู้ดีว่าตัวเองอาจจะยังคงเป็นโลกทั้งใบสำหรับแจจุงอยู่ฝ่ายเดียว

...เราสองคน...จะเรียกว่าคนรักได้ไหม...

 

.
.
.

 

“แจจุง...แจจุงอา”   ยุนโฮเรียกคนข้างกายซ้ำๆ    หลังจากที่ต้องตื่นเพราะความอุ่นระอุของผิวกายที่เขาสัมผัสได้ในอ้อมแขน  แจจุงตอบรับด้วยเสียงเครือคราง   มือเรียวจึงยกขึ้นเกลี่ยปอยผมชื้นให้ก่อนจะทาบมันลงกับหน้าผากมนอีกครั้ง  

“นายเป็นไข้”   ว่าพลางลุกออกจากเตียง   ก่อนจะหันมาสั่งคนที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นตาม   “ไม่ต้องหรอก...รออยู่นี่เถอะ”
 
หลังจากออกจากห้องไปนานครู่ใหญ่    ยุนโฮก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับยาลดไข้ที่อีกฝ่ายรับเอามาส่งเข้าปากอย่างไม่อิดออด   คิมแจจุงคนดื้อที่เกลียดกลัวการกินยาคงมีแต่ในนิยายเท่านั้น   เรื่องจริงคือแจจุงรู้ดีว่าสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ   และเป็นผู้ใหญ่พอไม่ต้องให้หัวหน้าวงเช่นเขาคอยจ้ำจี้จ้ำไชกับเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้   

พอจัดการให้นักร้องนำที่เริ่มจะไอค่อกแค่กนอนลงอีกครั้ง   ก่อนจะเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พร้อมกับแปะแผ่นเจลลดไข้ที่เจ้าตัวเป็นคนซื้อติดบ้านไว้เองเสร็จแล้ว   เปลือกตาบางก็ปิดลงอีกครั้งอย่างง่ายดาย   ยุนโฮมองดูคนบนเตียงด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก   ในใจนึกอยากจะตำหนิที่เอาแต่รอเขาโดยไม่ใส่ใจสุขภาพของตัวเองจนต้องมาเจ็บมาไข้แบบนี้    แต่จิตสำนึกกลับทำให้รู้สึกผิดไม่น้อยที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด    หากย้อนกลับไปมองตั้งแต่ต้น...ไม่ใช่เขาเองหรอกหรือที่ไม่เคยห้าม   ไม่ใช่เขาเองหรอกหรือที่รั้งแจจุงไว้ไม่ให้ย้ายออกไปเหมือนยูชอน   และไม่ใช่เขาเองหรอกหรือที่ยินดีที่สุด...อุ่นใจที่สุดยามที่มีคนเฝ้ารอการกลับมาทุกครั้ง

คนเรามีสิทธิ์ไขว่คว้าหาความสุข   หากความสุขของแจจุงคือการได้รอแม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม    แล้วความสุขของเขาเองคืออะไร   คือการที่มีคนรอคอยอยู่อย่างนี้...หรือเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวกันแน่...ยุนโฮตอบตัวเองไม่เคยได้เลย

 

.
.
.

 

...ไม่ใช่หรอก...พี่ยุนโฮแค่ไม่เคยยอมรับความจริงต่างหาก...

ชางมินมองดูพี่ชายคนรองของวงกำลังสาละวนกับถุงยาหลายอย่างที่พี่ใหญ่อย่างแจจุงต้องกินหลังอาหาร    แม้มื้อเย็นวันนี้จะเป็นเพียงอาหารตามสั่งง่ายๆที่แวะซื้อขากลับมาจากบริษัท   แต่มันก็อร่อยกว่าทุกๆวัน...ชางมินคิดเช่นนั้น   อาจจะเพราะนานแล้วที่ไม่ได้ร่วมวงกันทานข้าวที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้    คนความจำดีอย่างเขาก็ยังจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าความห่างเหินระหว่างพวกเขามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่    อาจจะตั้งแต่ที่ยุนโฮเริ่มรวมกลุ่มคลับ85   อาจจะตั้งแต่ที่ยูชอนย้ายไปอยู่กับแม่และน้องชาย   อาจจะตั้งแต่จุนซูกลับไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยขึ้น   หรืออาจจะตั้งแต่ที่เขาเองเริ่มดื่มเริ่มเที่ยวมากขึ้น   

...หรืออาจจะก่อนหน้าเรื่องราวเหล่านั้นแล้วก็ได้...

“อ่ะ...ชางมิน”    จู่ๆคิมบับชิ้นโตก็วางลงในชามข้าวตรงหน้า    ชางมินก้มมองมันทีหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยกมันให้เขา   จึงเห็นแจจุงส่งยิ้มอ่อนโยนให้พร้อมกับเอ่ยเบาๆ

“กินเยอะๆสิ   วันนี้ซ้อมหนักไม่ใช่หรือ”

“แจจุงอ่า...”    เสียงพ่อหมีของวงขัดขึ้นเสียก่อนที่ชางมินจะได้เอ่ยอะไร   “นายป่วยอยู่นะ   ต้องกินเยอะๆสิ”

“แต่ฉันอิ่มแล้ว”   

ชางมินมองดูพี่ชายคนสวยยู่หน้า    ที่จริงเขารู้ว่าเพราะลิ้นของคนป่วยไม่ยอมรับรสต่างหากถึงไม่ยอมกิน    แต่ก็เพราะกลัวคนที่ซื้อมาจะเสียใจถึงได้บอกว่าอิ่มแล้ว   แต่กระนั้นยุนโฮก็ยังคะยั้นคะยอให้แจจุงกินส่วนที่ตัวเองแบ่งให้อีกสักนิดก็ยังดี   เสียงโต้เถียงง้องแง้งของพี่ใหญ่ทั้งคู่ทำให้ชางมินอดยิ้มออกมาไม่ได้    นานแล้วที่เขาเองไม่ได้เห็นภาพอะไรแบบนี้    นานจนไม่รู้ตัวเลยว่าแท้จริงแล้วเขาคิดถึงภาพของครอบครัวทงบังชินกิมากมายแค่ไหน    จนอดนึกขอบคุณเจ้าไข้หวัดที่ทำให้แจจุงป่วยไม่ได้    ไม่อย่างนั้นเช้านี้ยุนโฮคงไม่รีบพาคนไข้สูงไปหาหมอตั้งแต่ตีห้า   ไม่อย่างนั้นวันนี้เขาคงไม่ยกเลิกนัดดื่มกับพวกซูเปอร์จูเนียร์    ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เห็นออดี้A8ขับเข้ามาจอดที่พารากอนตั้งแต่หัวค่ำ    หรืออาจไม่ได้ยินเสียงฮัมเพลงไปพลางเตรียมโต๊ะอาหารไปพลางของใครบางคน

“อา...อิ่มจังเลย”   จู่ๆเสียงใสของคนข้างๆก็เรียกให้เด็กหนุ่มหลุดจากความคิดจมจ่อมของตัวเอง   ซีอาจุนซูกำลังเอนหลังตีพุงน้อยๆอย่างแสดงท่าทีว่าอิ่มแปล้เต็มที    ก่อนจะหันมายิ้มให้จนเขาเองยังนึกแปลกใจไม่ได้

“มีอะไรหรือพี่จุนซู?”   ชางมินถาม...ตรงไปตรงมาเช่นเคย

“ชางมินอา...นายยังไม่อิ่มอีกหรือ?”

“อะไรกันเล่า?”

“ฉันอยากเล่นเกม...วันนี้ฉันแวะซื้อXXXมาใหม่ด้วย”

“แล้วไงล่ะฮะ?”

“ปะ!...นายอิ่มแล้วใช่ไหม...ไปเล่นเกมกัน!”   ไม่ว่าเปล่า   พี่ชายร่างเล็กของเขายังหันมาคว้าแขนที่ยังถือตะเกียบไว้เสียหน้าตาเฉย   ไอ้เรื่องคิดเองเออเองนี่คิมจุนซูเขาถนัดนักล่ะ!

“แต่ผมยังไม่อิ่มเลยนะ!”

“แต่ฉันอยากเล่นแล้วอ่ะ!”
                                
“ก็ไปชวนพี่ยูชอนสิ”

“ไม่เอา...หมอนั่นเพิ่งจะมาถึง   กินได้ไม่ถึงครึ่งของนายด้วยซ้ำ   น่า...นะ...ชางมินอ่าๆ!!”   ในที่สุดเขาเองก็ต้องยอมแพ้ให้กับเสียงโลมาที่งอแงอยู่ข้างหูจนได้   ชางมินลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงด้วยหน้าตาเหนื่อยหน่าย   ก่อนจะเดินตามคนที่ลิงโลดใจวิ่งนำเขาไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าจอโทรทัศน์ก่อนแล้ว   แต่ถึงเขาเองจะบอกว่ารำคาญ...อาจจะเคยบอกอย่างนั้น...แต่ชางมินก็ยังคงยอมเล่นเกมเป็นเพื่อนพี่ชายคนนี้ทุกครั้ง

...มันเป็นแบบนี้เรื่อยมา...และหวังว่าต่อแต่นี้...มันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป...


.
.
.

 

หลังจากวางมือจากจานชามกองโตที่ลงมือล้างเองจนสะอาดเอี่ยมแล้ว   มิกกี้ยูชอนคิดว่าเขาเองควรจะอาบน้ำเสียก่อนที่เพื่อนร่วมวงอีกสองคนจะเล่นเกมเสร็จจะดีกว่า   นึกถึงเมื่อก่อนที่ต้องอยู่รวมกันห้าคนโดยที่มีห้องอาบน้ำเพียงห้องเดียวแล้วริมฝีปากอิ่มก็ยกยิ้ม    ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบยามเช้า   มียุนโฮคอยจี้ปลุกแต่ละคน   มีแจจุงคอยถามว่ากินข้าวที่เตรียมไว้ให้แล้วหรือยัง   มีชางมินคอยจ้องจะกินส่วนของเขา   และมีจุนซูคอยวิ่งไปแย่งที่นั่งบนรถของเขาเป็นประจำ

...ทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปตั้งแต่เมื่อไหร่...

ยูชอนถอนใจยาว    ก่อนจะตัดใจก้าวไปทางห้องนอนที่ในอดีตเคยเป็นของเขา  จุนซู  และชางมิน    เมื่อก่อนเขาเองอาจจะต้องแชร์ห้องกับแจจุง    แต่พอช่วงไหนงานยุ่งผู้จัดการอีกสองสามคนก็ต้องผลัดกันมาอาศัยนอนกับพวกเขาอยู่หลายคราว   ลีดเดอร์อย่างยุนโฮจึงยกห้องนอนเดี่ยวของตัวเองให้บรรดาผู้จัดการเสียเลย   แล้วระเห็จตัวเองมานอนห้องเดียวกับเขา    แต่เพราะเขารู้ว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ให้พี่ชายคนสวยของเขาได้ใกล้ชิดกับคนที่คอยเฝ้ามองมาตลอด    สุดท้ายเขาเองก็อาศัยข้ออ้างว่าเพราะยุนโฮนอนดิ้น...ควรจะนอนคนเดียวเสียมากกว่า...พ่อมิกกี้คนดีจะเสียสละยกเตียงของตัวเองให้แล้วไปนอนกับจุนซูเอง    ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยูชอนก็ค้นพบว่าเจ้าโลมาน้อยของวงต่างหากที่นอนดิ้นกว่าใคร

...แต่นั่นแหละ...มิกกี้ยูชอนทนได้...ก็เขาอยากช่วยแจจุงนี่นา??...

ใช่...เขากับแจจุงเป็นเพื่อนรัก...เป็นพี่น้อง...เป็นเพื่อนเที่ยวเพื่อนดื่ม...ถึงได้รู้ใจกันนัก   อาจไม่มากเท่ากับที่ยุนโฮรู้จักแจจุง   แต่ก็ได้เห็นอะไรหลายอย่างในมุมที่ยุนโฮไม่เคยมองเห็น  

...แจจุงที่น่าสงสาร...นี่อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่เขาทำได้...

เดินคิดไปเรื่อยเปื่อยสองขาก็พาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้าจนได้    ยูชอนเปิดมันออกก่อนจะพบว่าข้าวของข้างในนั้นเหลืออยู่แทบจะนับชิ้นได้   เห็นแบบนี้แล้วคนอารมณ์อ่อนไหวก็ใจหาย    ด้วยร่องรอยที่เหลืออยู่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้กลับมาที่นี่นานเหลือเกิน    มือเรียวความสะเปะสะปะกับกองผ้าสามสี่ชิ้นตรงพื้นตู้    ก่อนจะจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อผ้าเช็ดตัวที่มักจะเก็บไว้มุมนี้เป็นประจำอันตรธานหายไปแล้ว   ถึงจะย้ายออกไปแล้วแต่เขาก็ไม่สะเพร่าถึงกับไม่เหลือของใช้จำเป็นไว้    ใครกันนะที่มาเอาของเขาไป...ถ้ารู้พ่อจะแร็พบ่นให้หูชาไปเลยคอยดู!

เสียงตึกตักข้างตัวทำเอายูชอนต้องชะโงกหน้าผ่านบานตู้ไปมอง   ร่างเล็กๆของจุนซูกำลังก้มๆเงยๆอยู่กับตู้เสื้อผ้าของตัวเอง   ดูรีบร้อนจนเหมือนมีพิรุธ   ยูชอนนิ่วหน้าอย่างที่ชอบทำก่อนจะถามออกไป

“หาอะไรอยู่หรือจุนซู?”  

“ยูชอนอา...”   เจ้าตัวเล็กหันมาพร้อมกับรอยยิ้มแหย   ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดตัวสีฟ้าที่เขาจำได้ว่าเป็นผืนโปรดของเจ้าตัวมาให้เขา    “คราวก่อนเห็นนายใช้แล้วก็โยนทิ้งไว้ในตู้   ฉันกลัวมันจะเหม็นอับก็เลยเอากลับไปซักให้ที่บ้านแต่ลืมเอามาให้น่ะ   วันนี้ใช้ผืนนี้ไปก่อนก็แล้วกัน”

ถึงจะยังงงๆอยู่...แต่รู้ตัวอีกทียูชอนก็รับผ้าเช็ดตัวผืนนุ่มมาไว้ในมือแล้ว  

“นายเองก็จริงๆเลย...ถึงจะย้ายออกไปแล้วแต่ก็เผื่อๆไว้บ้างเถอะข้าวของเครื่องใช้น่ะ   อย่างผ้าเช็ดตัวเหลือไว้แค่ผืนเดียวเวลาส่งซักมันจะไม่พอใช้รู้ไหม   แถมใช้แล้วโยนส่งๆเข้าไปในตู้แบบนั้นกะจะเลี้ยงเชื้อราแทนเจ้าฮารางมันหรือไง”

“...”

“นี่!...คนเขาด่านายยังจะมายิ้มอยู่อีก!!”

“จุนซู~...”

 


.
.
.

 

 

“จุนซู~~...”

จู่ๆคนข้างๆก็หันมาทำตาเยิ้มเสียงหวานทั้งที่เพิ่งจะโดนเขาสวดไปหยกๆ    คิมจุนซูย่อมรู้สึกหวาดหวั่นเป็นธรรมดา  

...หรือว่าไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันมานาน...ยูชอนมันจะเป็นบ้าไปแล้ว...

“อะ...อะไร?”  

“จุนซูอา~~~...”

“อ...อะไรเล่า?!!”

“นี่นาย...แอบชอบฉันอยู่ใช่ไหม?”

“ห่ะ!”   คิมจุนซูได้แต่อ้าปากค้าง   มิกกี้ยูชอนช่างเข้าข้างตัวเองได้อย่างร้ายกาจ   อะไรกันที่ดลใจให้สมองหนูๆของหมอนั่นคิดเรื่องแบบนี้ออกมาได้    และเหมือนคนตรงหน้าจะมีกระแสจิตอ่านใจเขาออกเสียด้วย...

“ฉันล่ะปลื้มใจจริงๆเลยที่นายใส่ใจฉันถึงขนาดนี้น่ะ   อุตส่าห์รู้ด้วยว่าฉันมีผ้าเช็ดตัวอยู่แค่ผืนเดียว   แถมยังเอามันไปซักตอนฉันไม่อยู่ให้อีก”    ไม่รู้ว่าจุนซูคิดไปเองหรือเปล่า   เขารู้สึกว่ายูชอนค่อยๆก้าวเข้ามา...ค่อยๆหรี่ตา...และมองเขาอย่างจับผิด...มันดู...

...น่าขนลุก!...

“บะ...บ้ารึเปล่า!!   ใครเขาจะทนความซกมกของนายได้กันเล่า!   ฉันทำเพราะยังต้องอยู่ร่วมห้องกับนายหรอกเฮ้ย!”   เผลอแป๊บเดียวทั้งตัวก็ถูกล้อมกรอบไปด้วยสองแขนของยูชอนเสียแล้ว   น่าแปลกที่ตอนนี้คนตัวสูงพอๆกันกลับทำให้เขาเข่าอ่อน   จนมองเห็นแนวไหล่กับไหปลาร้าที่ใครต่อใครชมนักชมหนาโผล่พ้นเสื้อคอวีมาตรงระดับสายตาพอดิบพอดี   จุนซูนึกเจ็บใจ...ไม่ว่าจะฟิตร่างกายให้ดูดีแค่ไหนยังไง    ในสายตาของเขา...ยูชอนก็ยังคงดูดีกว่าเสมอ   ช่วงไหล่ที่ตรงและกว้างกว่าเขา...ไม่ได้หนามากเพราะเจ้าตัวไม่ได้ชอบออกกำลังกาย   แต่ในยามที่มันกางกั้นบังตัวเขาไว้มิดอย่างนี้   ไหล่ของยูชอนดูจะเข้มแข็งและแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้เสมอ...

“ฮะๆ...ฮ่าๆๆๆๆๆ”

“...”

“ดูหน้านายสิ...คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

“อะ...!”

“จุ๊ๆ...จุนซูคนลามก~~”

แน่ะ!...ยังจะมาทำท่ายกนิ้วแล้วส่ายหน้าแอ๊บแบ๊วอี้กกก!!

“ไอ้บ้า!!   นายนั่นแหละบ้าๆๆๆๆ...คนบ้า...ทะลึ่ง...คน!!”


...ตึก!...


สองมือของยูชอนจับหมับเข้ากับหัวทุยๆของจุนซูไว้   ก่อนที่หน้าผากที่ปรกด้วยผมม้าเป๋ๆจะโขกลงเบาๆกับหน้าผากเนียนของอีกฝ่าย   หยุดเสียงโวยวายของคนตัวเล็กกว่าจนเงียบสนิท  

“...”

จุนซูคิดว่าปากของเขาควรจะด่า   คิดว่าสองมือของเขาควรจะผลักไส   แต่หัวใจของเขา...หัวใจของเขากลับสั่งให้เพียงหยุดนิ่งอยู่ในวงแขนของอีกฝ่ายเท่านั้น    แค่ลมหายใจร้อนๆของยูชอนปัดป่ายอยู่เพียงปลายจมูก...ก็ใช่ว่าจะไม่เคยสักหน่อยที่เวลาแกล้งกัน    หรือแม้แต่แววตาอ่อนโยนที่ส่งมาให้...ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ 

...หรือว่าไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันมานาน...เป็นเขาเองที่ท่าจะบ้าไปแล้ว...

“ฉันดีใจนะ...ที่นายยังเหมือนเดิม”   เสียงของยูชอนกระซิบแผ่ว   หน้าผากของพวกเขายังจรดกันไม่ห่าง   จุนซูไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ปล่อยให้สัมผัสระหว่างพวกเขาเป็นคำตอบ   เป็นเครื่องยืนยันว่าอย่างน้อยเขาเองจะยังคงอยู่ตรงนี้     ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ยูชอนกลับมาก็จะมาพบกับเขาที่ตรงนี้

จุนซูระบายยิ้มบาง   ไม่ว่าใครจะว่ายังไง...เขาพอใจที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำตอบแบบนี้เอาไว้   พอใจกับระยะห่างที่ทำให้ได้คิดถึง   และพอใจกับการกลับมาของยูชอนเสมอ

“เรา...ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนไปเลยยูชอน”

 

.
.
.

 

แจจุงมองดูแผ่นหลังกว้างจากตรงประตูห้องนอน    ยุนโฮอาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังกลัดกระดุมเสื้อนอนเม็ดสุดท้าย    ดวงตาเรียวยิ้มให้เขาผ่านเงาสะท้อนของกระจก    แจจุงยิ้มรับอย่าง...เก้อเขิน...เขาคิดว่ามันใกล้เคียงกับคำๆนี้   เพราะความรู้สึกที่ใบหน้านั้นร้อนผ่าว    หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างกับเด็กสาวที่กำลังมีความรัก   ในอกตื้นตันราวกับว่าสารภาพรักไปแล้วอีกฝ่ายกำลังตอบรับ    ทว่าในคลองตากลับรื้นน้ำ...

...ถึงยังไงยุนโฮก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือ...

ก่อนที่ยุนโฮจะทันเห็นว่าเขาร้องไห้   แจจุงสาวเท้าเข้าไปหาแผ่นหลังที่เขาแสนคิดถึง...แผ่นหลังที่เขาคุ้นเคยแต่ก็ห่างหายมาเนิ่นนาน...สวมกอดจากด้านหลัง   ฝังใบหน้าที่เริ่มนองน้ำตาลงไปแล้วสะอื้นไห้เบาๆ  

“แจจุง...”   เขาได้ยินยุนโฮทอดน้ำเสียงอ่อนโยน  

“อย่าเพิ่งหันมา”   เขากระชับกอดรอบเอวหนาแน่นขึ้น   “ฉันไม่เป็นไร...เพียงแค่...แค่คิดถึง”

“...”

“ฉันคิดถึงนายเหลือเกิน...ยุนโฮ    คิดถึงทั้งที่เจอนายอยู่ทุกวัน   คิดถึงทั้งที่เรายังอยู่ด้วยกัน   คิดถึงจนกลัวว่าสักวัน...เราจะต้องจากกันไปจริงๆ”    เขาระล่ำระลักในตอนท้าย   ก่อนจะกดจูบลงบนแผ่นหลังที่เขาทั้งรักทั้งหวงแหน   แจจุงไม่เคยปฏิเสธเลยว่าเขาทั้งรักทั้งบูชาผู้ชายคนนี้ขนาดไหน   และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดเขาก็ไม่เคยคิดจะเลิกรักยุนโฮเลย   เขาไม่เคยกลัวที่จะรัก...แต่กลัวที่จะไม่ได้รักต่างหาก  

...ถึงยังไงยุนโฮก็ยังกลับมาเหมือนเดิมไม่ใช่หรือ...

พอร้องมากๆเข้าก็หมดแรง   จำต้องปล่อยให้อีกฝ่ายประคองร่างกายอ่อนล้าให้หันมาเผชิญหน้ากัน   นิ้วเรียวสวยยุนโฮบรรจงเช็ดน้ำตาให้เขา   เป็นอีกครั้งที่แจจุงไม่ปฏิเสธว่าความอ่อนโยนของยุนโฮเป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกมัดเขาไว้ไม่ให้ไปไหน   และเขาเองก็ยังโหยหามันไม่รู้จักพอเสียด้วย

“มันทรมาน...นายก็รู้”   ยุนโฮว่า   ดวงตาสีเปลือกไม้ทอดมองลงมาอย่างอ่อนโยนบนดวงหน้าที่เขาประคองไว้   “แล้วยังจะรอฉันอยู่อีกหรือ?”

...ถึงยังไงยุนโฮก็ยังเป็นห่วงเขาเหมือนเดิมไม่ใช่หรือ...

คำตอบของแจจุงคือรอยยิ้มบางแสนบางพร้อมกับการส่ายหน้าน้อยๆ    “ไม่เลย...ถ้าคนที่ฉันรอคือนาย...ฉันก็มีความสุขที่ได้รอ”

“แล้วทำไมต้องร้องไห้ล่ะหือ?”

“เพราะนานแล้ว...นานแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอย่างนี้   นานแล้วที่ฉันไม่ต้องรอนาย   นานแล้วที่ฉันไม่เคยเห็นนายที่ตรงนี้...เวลานี้”    แจจุงว่า   พลางก้มหน้ามองดูความเรียบร้อยของชุดนอนให้อีกฝ่ายทั้งที่มันไม่จำเป็น      

ได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ   ก่อนที่มือเรียวของยุนโฮจะเชยคางของเขาขึ้น   แจจุงรู้ดีว่าต่อจากนี้อะไรจะเกิดขึ้น   เปลือกตาบางจึงค่อยหลับลงให้ขนตายาวประทับเป็นแพกับผิวแก้มขาว   ปล่อยให้ริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายค่อยๆบรรจงประทับลงกับของเขาอย่างแผ่วเบา   ก่อนที่ยุนโฮจะเริ่มกดจูบย้ำเนิ่นนานแล้วเอากำไรมากขึ้น   ทุกกลีบปากที่เต็มตึง...ทุกการเคลื่อนไหวของเรียวลิ้น...ทุกซอกมุมในโพรงปากชื้น...ยุนโฮรู้จักเขาดีไปหมด     แต่ก็ไม่มีการล่วงเลยมากกว่านั้น...นอกจากจูบ...ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

...ถึงยังไงยุนโฮก็ยังทะนุถนอมเขาเหมือนเดิมไม่ใช่หรือ...

“...”

แจจุงปรือตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ถอยออกห่างช้าๆเหมือนภาพฝัน    ก่อนจะทิ้งกายลงกับอกแกร่งอย่างหมดแรงเพราะถูกสูบลมหายใจไปนานหลายนาที   ปล่อยให้คนแข็งแรงกว่าช้อนอุ้มไปที่เตียงอย่างไม่อิดออด   พอหัวถึงหมอน...มีจุมพิตที่หน้าผากก่อนนอน...มีอ้อมกอดอุ่นๆของยุนโฮเช่นเคยดังคืนก่อนๆ   เพียงเท่านี้เขาเองก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย

มันก็จริงที่ต้องเงียบเหงาในยามที่ต้องรอ    หรือเจ็บปวดกับการรอคอยที่บางทีเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน   แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าเขาเองไม่สามารถเปลี่ยนใจได้...ไม่สามารถเปลี่ยนใจไม่ให้รักจองยุนโฮได้    ดังนั้น...ขอเพียงยุนโฮยังกลับมาเหมือนเดิม...เขาก็พร้อมจะรอเหมือนเดิม 


.
.
.

 

ไม่มีใครรู้คำตอบของอนาคต...ขอเพียงวันนี้เป็นเหมือนเดิม...เท่านี้ก็พอแล้ว


.
.
.

 

Never change…
…never end

  

 

 

      
              

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แปะ ^^

ดิทไม่ได้แต่คิดถึงพี่ชิอนเลยต้องรีบแปะ อิอิ cry

#1 By Drunk Whale* on 2009-05-25 23:11

เฮ้อ... ชิองช่างร้ายกาจ...
แอบส่งคนไปติดกล้องไว้ที่พารากอนมาใช่มั้ย?


ใจหายนิดๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ไอ้ความรู้สึกครึ่งๆกลางๆแบบเนี้ยมันถึงจะเป็นยุนแจสินะ

เฮ้อ... เดี๋ยวก็ส่งแฟนอาร์ทให้ซะเลยนี่

#2 By ชนบท (Rural) on 2009-05-25 23:18

อ่านแล้ว เหงาๆเศร้า แต่อบอุ่นยังไงก็ไม่รู้แฮะ T T

ถ้าต้องแยกกันอยุ่จิงๆ ต้องเหงาแน่ๆเลยน้า ~~

เพราะงั้นอย่าแยกกันไปเลยนะดงบังที่รัก แง ~~

ดีใจที่เหนชิอนอัพฟิกที่สุดในโลกกกกกกกก >///<

เราจะรอคอน puzzle และเรื่องอื่นๆเสมอนะคับบ

ไฟต์ติ้ง ๆ !!!~

#3 By FunkyBoyZ` ♥ YS ! on 2009-05-26 01:02

กริ๊ดด ฟิคใหม่ อ่านได้ครึ่งเดียวยังไม่ทันอ่านจบก็นั่งยิ้มคนเดียวแล้วน่อ...

ขอตัวไปอ่านต่อก่องงงงง

#4 By ModChangminnie on 2009-05-26 01:35

อ่า อ่านจบแล้วค่ะ จบแบบดีนะ รู้สึกจบแบบเคว้ง ๆ แต่ไม่ค้าง (งงไม๊) จบแบบรู้สึกกลัวอนาคตดี ไม่ใช่แค่แจจุงกัว แต่คนอ่านก็กัวเหมือนกัน เหอะๆๆๆ

ยูซูนี่ก็.....อืม แบบ มัน "แค่นั้น" อ่ะเนอะ...

เม้นท์เอง งงเอง เคว้งเอง จบ!!!

#5 By ModChangminnie on 2009-05-26 01:52

มันให้อารมณ์แบบค้างๆคาๆ แต่มันเศร้านะ

มันแบบ Nobody knows อ่ะ

#6 By Baby BoJae on 2009-05-26 07:46

ฮึ้ยยยย พี่ชิอน ..
ทำไมน้ำตาพาลจะไหลได้แบบนี้ .. ฮืออออ
แอบรู้สึกนิดๆ ตามนี้ ว่าพวกเค้าไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันแล้ว
คิดแล้วก็เศร้าๆ ..

อยากให้มีกันทั้ง 5 คนแบบนี้ตลอดไป ..
รักกันตลอดไป
ไม่ห่างกันตลอดไป ^^

#7 By yolande (58.136.51.93) on 2009-05-26 11:19

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด


แปะป้าป!

#8 By Ai Shiyorin ^^ on 2009-05-26 13:24

ไม่มีใครรู้คำตอบของอนาคต...

เนอะ ไม่มีใครรู้คำตอบอนาคต
เราคิดถึงอดีตที่ผ่านมามากๆ คิดถึงจริงๆ แต่ปัจจุบัน บางทีมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ก็ยังเป็นเหมือนเดิมเนอะ ^^

อ้อ...ที่เปลี่ยนอาจจะเป็น หมีโง่เกิดฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว ฮ่าๆ

อ่้านแล้วคิดถึงเมื่อก่อนจังค่ะ
จำได้ อ่านฟิคพี่ชิออนเรื่องแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
มันเป็นการเริ่มต้นอะไรหลายๆอย่าง

จนถึงตอนนี้ อะไรหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป แต่ความอบอุ่นของฟิคพี่ชิออนยังเหมือนเดิมเสมอ ^^

จริงๆนะ

ความรักที่พี่ชิออน เราเอง และทุกคน มีให้ดงบังชินกิ มันยาวนาน ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ในปัจจุบันนี้ เราเองก็ยังรักพวกเค้าอยู่เสมอ...

ปล. คิดถึงพี่ชิออนที่สุดเลยค่ะ ^^ ดีใจที่กลับมา อย่าหายไปนานนะคะ confused smile

#9 By a.while on 2009-05-26 18:29

อ่านแล้ว...ก็ใจหายเนอะ
รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าตัวเองลืมไปแล้ว ว่าเดี๋ยวนี้พี่ๆ เค้าไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนแต่ก่อนแล้ว
อ่านแล้ว..จะว่า หดหู่ ก็ไม่ใช่
เต็มตื้น ก็ไม่เชิง


เหมือนฟิคจะเศร้า
แต่อ่านแล้วมันก็อบอุ่น


ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ อย่างนี้นะคะ

#10 By *[ TangMoez ]* on 2009-05-27 08:56

อ่านจบแล้วไม่รู้จะว่าไงดี..


ชอบเรื่องนี้ตรงที่เราได้รู้ว่าทุกคนคิดยังไง รู้สึกยังไง
ถึงแม้จะห่างเหินกันไป เพราะเวลามันเปลี่ยนไป..
แต่ทุกคนก็ยังคงเป็นคนเดิม..ยังมีความรู้สึกเหมือนเดิม


อ่านเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆเลยนะคะพี่ชิอน..
ตอนนี้พวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันเหมือนเมื่อก่อน น่าใจหายนะคะ


ถึงยังไงพวกเขาก็ยังคงรักกันนี่น่า...

ยีงคงเป็นทงบังชินกิ...


รอ Puzzle ตอนที่ 27 นะคะ


big smile big smile big smile

#11 By Ai Shiyorin ^^ on 2009-05-27 22:47

แปลกใจนิดหน่อยที่พี่ชิอนอัพฟิค(ฮ่า)

อ่านฟิคพี่ชิอนทีไรเรารู้สึกเหมือนกำลังมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะชีวิตคนเรามันก็มีทั้งสุขและทุกข์ แม้จะเวลาจะทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของห้าหนุ่มเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง แต่มีสิ่งหนึ่งคือความรักและความผูกพันระหว่างพวกเขาทั้งห้าคนที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะเน้นความสัมพันธ์ของยุนโฮ-แจจุง หรือยูชอน-จุนซู ซึ่งตัวเราเองก็หวังให้เป็นเหมือนฟิคเรื่องนี้ มันก็ไม่เลวนะ

ก็เพราะความรักมันมีหลายรูปแบบนี่นา...

#12 By จ.จิน on 2009-05-28 02:23

เข้ามาแล้วตกใจเลยที่เห็นชิออนอัพฟิค แถมเรื่องใหม่อีกตะหาก อ่านเรื่องนี้แล้วมันอิงเรื่องจิงเหลือเกิ๊นนนน

หวังว่าเรื่องจิงๆมันคงไม่เหงาๆอย่างที่อ่านหรอกนะ
รอรวมเล่มค่ะ

#13 By armany (125.27.218.2) on 2009-05-28 14:24

.

T^T เศร้าอะ
อ่านแล้วเศร้าอะ
ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอ .. แค่คิดก็ใจหายแล้ว TT
จะร้องไห้เลยอะ

อย่าแยกกันนะ
อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ TT

ถึงความรู้สึกจะไม่เปลี่ยน
รักกันยังไง ก็ยังรักกันอย่างนั้น
แต่ถึงยังไงก็ไม่อยากให้แยกจากกัน

รักทงบังนะ .


: )

#14 By kook (58.8.58.137) on 2009-05-29 21:01

อ่านแล้วแอบหดหู่เล็กน้อย 555

ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะที่จริงอ่ะ แค่ใจหายก็พอ

เหมือนชิอนเข้าไปนั่งอยู่ในใจของเมมเบอร์แต่ละคนเลย

แอบคิดไม่ได้ว่าจริงๆ แล้ว พวกเค้าก็คิดแบบนี้อยู่จริง

จากสัมภาษณ์ที่ได้อ่านมา บางครั้งก็เหมือนได้ยินคำพูดน้อยใจ

ของสมาชิกคนนึงที่มีต่ออีกคน โหยยย อ่านแล้วมันปนเประหว่างความจริงกับฟิคเลยอ่ะ

แจจุงที่นอนในห้องนั่งเล่น ยุนโฮกลับบ้านดึก

นี่แบบหลงเชื่อว่ามันเป็นจริงเลยนะ แม้ว่าชีวิตจริงอาจจะไม่เศร้าเท่าฟิค

แต่คิดว่าต้องมีบ้างแหล่ะที่แจจุงต้องคิดแบบนี้ 555

เวลาเห็นรูปปาปารัสซี่ของยุนที่ไปเที่ยวกับเพื่อนดึกๆ ดื่นๆ

จะต้องคิดแระว่าคนที่รอที่บ้านจะมีมั้ยนะ จะเป็นแจจุงรึเปล่า?

เพราะโดยนิสัยแจจะเป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่และส่งเมสเสจตามยุนเสมอ กร๊ากกก (แอบกัดน้อง)

เอาน่ะ ขอให้ทุกวันนี้ทุกคนยังเหมือนเดิม ความรู้สึกดีๆ ไม่เปลี่ยนไป

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเค้าก็ยังรักกันเนอะ กลับมาอยู่ด้วยกันอยู่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนคนที่อยู่ด้วยกันก็ช่วยๆ เที่ยวให้น้อยลงบ้างเห้ออออ (สงสารคนรอ 555)

อ่านเรื่องนี้แล้วสะท้อนชีวิตเทพดีค่ะ ชอบจังเลย

ถึงมันจะแอบเศร้าบ้างกับการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิต

ด้วยวัยที่โตขึ้นและอะไรหลายอย่างรอบตัวที่จะละทิ้งก็ไม่ได้

ทำให้อยู่ด้วยกันตลอดเหมือนเดิมไม่ได้ แต่ก็นั่นแหล่ะ

ตราบใดที่พวกเค้าไม่เปลี่ยน ไม่ว่าอนาคตจะยังไง แค่ปัจจุบันเค้ารักกัน

เราดูอยู่ห่างๆ ก็มีความสุขและพอใจแล้วเนอะ big smile

#15 By sunny (125.26.92.108) on 2009-05-30 10:48

T^T

อ่านแล้วก็น้ำตาซึมๆ

ถ้าถึงเวลาี่ที่ดงบังต่างแยกย้ายกันไปจริงๆก็คงให้อารมณ์แบบนี้จริงๆ มันเหงาๆนะ

ความสัมพันธ์ของยุนแจก็ไม่ชัดเจน แต่นั่นก็คือยุนแจ

แม้จะไม่ชัดเจน แต่ต่างก็ต้องการ และอยู่เพื่อกันและกัน ก็พอแล้วเน๊อะ

ชอบมากมายยยยยยย ^^

#16 By HeRo~HeRo (58.10.0.31) on 2009-05-31 19:29

เหมือนเศร้าเนอะ
แต่ก็มีแอบยิ้มมุมปากด้วย

#17 By unoony (58.137.10.190) on 2009-06-02 21:41

ดีใจได้อ่านฟิคพี่ค่ะ

ถึงฟิคจะดูเศร้าๆไปบ้างแต่ก็สนุกค่ะ

จะรอเสมอนะคะ

#18 By ayana (125.24.75.58) on 2009-06-06 20:23

T^T อ่านแล้วรู้สึกโหวงๆ หวั่นๆ ยังไงไม่รู้น่ะค่ะ เพราะคำว่าความเปลี่ยนแปลงนี้แหล่ะมั้ง แต่ยังไงก็ขอให้ yunjae never change!! ขอบคุณน่ะค่ะ ถึงจะเศร้าๆแต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นค่ะ

#19 By chocojunk (124.122.62.69) on 2009-06-07 17:44

เปิดเข้ามาเจอฟิคใหม่ ดีใจจังเลยค่ะ

อ่านจบแล้วจะว่าเส้าก็ไม่ใช่ แฮปปี้เอนดิ้งก็ไม่ใช่
มันกึ่มๆ ตื้อๆ แต่ก็ถือว่าโอเคกับสิ่งที่เป็น

สรุปว่างงค่ะ sad smile

อ่านฟิคที่เป็นเรื่องที่ดงบังจะแยกกันอยู่ทีไร ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทุกที ถ้ามันมีวันนั้นจิงๆ พวกเราคงเส้าไปตามๆกัน
คิดแล้วใจหาย...

เอาเป็นว่าทุกวันนี้พวกเค้ายังอยู่ด้วยกัน และพวกเราก็ยังคงรักและสนับสนุนพวกเค้าอยู่ก็พอเน๊อะ

แต่เราก็หวังว่ามันจะ Never change, never end เหมือนกันค่ะ ^^

#20 By Fairytales (125.24.190.4) on 2009-06-09 17:19

อ่านแล้วอยากยิ้มแล้วก็อยากร้องไห้ ^^

บรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดเหมือนอย่างคนอื่นๆไม่ได้อ่ะค่ะ ..

แต่มันลึกซึ้งในใจคนอ่านคนนี้นะคะ ^^

ขอบคุณมากนะคะพี่ชิอน surprised smile

#21 By Drunk Whale* on 2009-06-10 22:54

คุณชิอนกลับมาแล้วววว
ดีใจที่สุด

เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหงาๆ เศร้าๆ

ขอบตอนสุดท้ายมาก

ไม่มีใครรู้คำตอบของอนาคต...ขอเพียงวันนี้เป็นเหมือนเดิม...เท่านี้ก็พอแล้ว

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วจะไม่เสียใจให้กับอดีต

#22 By yuki (125.24.86.101) on 2009-06-10 23:01

น้ำตาไหลตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง T T

อ่านไปอ่านมารู้สึกเหมือนสถานการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
เพียงแต่สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมคือความรู้สึกของคนทั้งห้าเท่านั้น
ยิ่งอ่านยิ่งไม่อยากให้เค้าแยกกันไปอ่ะ
T_________T

น้ำตาหยดอีกแล้ว
ดีใจที่ชิออนอัพฟิกนะคะ
สนุกเหมือนกับที่ผ่านมา
แต่เสียน้ำตาไปเยอะกว่าเรื่องอื่นๆแฮะ
สงสัยจะอินมากไป
เคว้งเลยเรา...แฮะๆ

#23 By frostaz (58.8.161.167) on 2009-06-11 23:28


ดีจังค่ะ.....ไม่ได้อ่านของชิอน
มาตั้งนาน คิดถึงมากๆเลยค่ะ

ไว้มาต่อเร็วๆนะคะ ยังคงรออ่านเหมือนเดิมค่ะsurprised smile

#24 By ai on 2009-06-12 16:34

อ่านฟิกที่ยุนแจ แต่ยุนแจไม่ได้เป็นแฟนกันก็เรื่องนี้เรื่องแรก
แอบเศร้าใจค่ะ แต่ว่าก็อมยิ้มไปกับความสนิทสนมของคนในวง
ชอบฉากที่ถ่ายทอดมาทางความคิดของน้องมิน หนูเซีย แล้วก็ยูชอน แต่ไม่ชอบความอึดอัดของยุนแจเลยจริงๆ ถ้าเรื่องจริงเป็นแบบนี้ เราจะรู้สึกยังไงน้า~! คงจะอึดอัดแทนน่าดูล่ะค่ะ ใกล้กันขนาดนี้ ไม่รักกันไหวได้ไง - -

คู่ยูชอนกับจุนซูก็ วุ้ย! ต่างก็รักกันแท้ๆไม่ใช่เหรอไง อ๊า~~ แต่ก็นะ ยังไงก็จะเป็นเหมือนเดิมกันไปเรื่อยๆสินะ ^^

#25 By Aphro_dite (58.8.14.141) on 2009-06-16 21:26

อ่านแล้วซึ้งน้ำตาจะไหลง่า T^T
การที่ต้องรอคอยใครบางคนกลับมา
มันเจ็บปวด....
แต่ถ้าคนที่แจรอเป็นยุนโฮ
ความเจ็บปวดนั้นก็คงเป็นความเจ็บปวดที่สวยงาม
เหมือนกับหยดน้ำตาล่ะมั้ง
(เพ้อๆ)
ถ้าดงบังเป็นอย่างตอนนี้ตลอดไปก็คงดี
ไม่อยากให้ต้องแยกจากกันเลยอ่า
มันทรมาน

#26 By *pEpo~ (124.121.210.189) on 2009-06-20 15:59

อ่านแล้วมัน ช่างเหงา แต่นะ

อย่างน้อย ก้อมีซักครั้ง ซักวัน ที่ได้อยู่ร่วมกัน

ฮือๆ

#27 By boatvivi (112.143.50.85) on 2009-06-20 23:45

มีสิ่งหนึ่งที่คิดต่างไปกับชิอน

ถึงน้องจะต้องแยกกันในวันใดวันนึง

(ซึ่งยังไงก็ต้องเป็น T^T) แต่น้องก็จะไม่ห่างกัน

น้องจะยังรักกันเหมือนเดิม เพราะทุกสิ่งที่ผ่านมาด้วยกัน

มันมากมายที่สุด T^T

สู้ๆค่ะ

ปล. รอรวมเล่มอยู่นะคะ

#28 By joyleeko (58.8.236.45) on 2009-06-22 11:15

เหงาๆเศร้าๆบนอบอุ่น

ขอให้หมีเปลี่ยนจากโง่มาฉลาดก็ดีนะค่ะ พี่ชิออน 555


รอฟิคเรื่องอื่นและก็ รวมเล่ม Puzzle นะค่ะ ^^

#29 By So*Se (58.9.61.26) on 2009-06-30 00:04

อ่านจบแล้วรู้สึกว่าอยากร้องไห้
มันไม่แฮปปี้เลยเพราะไม่มีอะไรเปลี่ยแปลง
คิมแจจุงยังคงต้องรอต่อไป...

ภาษาพี่ชิอนยังสวยงามเหมือนเดิมเลยค่ะ
มันทั้งเศร้า ทั้งหวาน และอบอุ่น
ชอบมากๆ เลยค่ะ
รอติดตามผลงานอยู่เสมอนะค่ะ

#30 By LadyZakurA (124.120.109.122) on 2009-07-04 16:32

อ่านแล้วซึ้งจังเลยค่ะ

เหมือนชีวิตประจำวันของเทพจริงๆ

พอโดขึ้นทุกคนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง

ทำตามความต้องการของตัวเอง

แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนพวกเขาก็ไม่เคยเปลี่ยน

ความรักของทุกคนที่มีให้กันก็ยังเป็นเหมือนเดิม

อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปนะเทพทั้งห้า

#31 By junghyeae on 2009-07-05 14:45

อ่านแล้วใจหายจัีงเลย
เป็นฟิคที่ทำให้เรานึกย้อนกลับไปในอดีต
เวลาเปลี่ยน ไรเปลี่ยน แต่ความรู้สึกกับความทรงจำ
จะไม่เปลี่ยน

อบอุ่นแต่น่าใจหาย

ภาษาสวยงาม อ่านแล้วประทับใจ
ที่จริงเห็นจั่วหัวว่า ดราม่า ทำใจอยู่นานไม่กล้าอ่านค่ะ
แต่รู้สึกดีที่ได้อ่าน

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ
ปล. อยากอ่าน timeless จังเลยค่ะ

#32 By pattybluet (125.27.205.162) on 2009-07-09 22:41

อ๊า มีความสุขที่สุดเลยพี่ชิออน

ไม่ได้มานานเลยเพราะว่าเอาคอมไปซ่อมแล้วก็ลบหมด

พึ่งได้กลับมา ได้มาอ่านแบบนี้รู้สึกได้เลยว่า

"ไม่ว่านานเท่าไหร่พวกเค้าจะยังเหมือนเดิม"

และพวกเราก็ยังเหมือนเดิมเหมือนกัน double wink

#33 By แหม่ม (118.172.186.47) on 2009-07-24 21:42

แงแง อ่านไปน้ำตาคลอ ทั้งที่มันก็ไม่เชิงว่าเป็นฟิคเศร้าซะหน่อย แต่อ่านแล้วมันอินกับความรู้สึกตอนนี้มากๆ นับตั้งแต่วันที่ยูชอนย้ายออกไปอยู่กับแม่และน้อง ในใจก็คิดเสมอว่า สักวันนึง วันที่ดงบังทั้ง 5 จะไม่ได้อยู่ในที่พักเดียวกันต้องมาถึง นึกแล้วก็ใจหาย

#34 By aeh (124.121.188.173) on 2009-07-24 23:31

big smile อ่านจบแล้วรู้สึกดีจังเลย เขียนได้นุ่มนวลจังค่ะ
อ่านลื่นไม่สะดุดเลย แต่พาทของแจเศร้าจัง

ถ้าความจริง ทุกคนพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่แบบนี้ก็ดีสินะคะ
ไม่ต้องเสียอกเสียใจ เสียน้ำตา เสียความรู้สึกกันให้มาก

อ่านแล้วยังสะเทือนใจ แสดงว่าหัวใจเราก็ยังไม่หมดรัก(ยุนแจ)สินะ ฮ่าๆๆ(ก็แอบเป็นไปกะเค้าด้วย..)

ฝากความหวังเล็กๆ ที่ไม่รู้จะไปอ้อนวอนกับใคร เหมือนที่ใครบางคนทุ่มเทชีวิตให้กับความหวังนี้ค่ะ

...Hope to the end...

question

#35 By emmy (119.46.58.11) on 2009-07-30 23:12

ช่างเป็นฟิคที่ตรงใจ และอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกจริงๆค่ะ
สุดยอดมาก และบรรยายไม่ถูกT^T

นั้นสินะแจ ลงว่ารักแล้ว มันก็เลิกไม่ได้ง่ายๆ
ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไงก็ตาม

อยากให้ยุนรู้ใจตัวเองจัง จะต้องใช้เวลาและน้ำตาแค่ไหนกันนะ????
ขออย่าให้มันสายเกินไปแล้วกัน

#36 By NeverDie (118.172.78.125) on 2009-08-17 23:55