Title : Bolero
Author : Shion
Pairing : Yunho x Jaejoong
Genre : yaoi
Rating : PG-13
Author’s note : มันเป็นฟิกชั่ววูบ...ชั่ววูบมั่กๆ
Warning : ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวสมมติที่แต่งขึ้น อาจมีการใช้ชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของบุคคลในฟิก และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลเหล่านั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love หรือ yaoi ขอให้พิจารณาก่อนอ่าน หากรับไม่ได้ขอให้ปิดหน้านี้ลงเสีย….ขอบคุณค่ะ
“ยุนโฮ”
“หืม”
“...จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปใช่ไหม”
.
.
.
ดวงตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาเหนือรายการโทรทัศน์ที่เขาเพียงแต่เปิดมันฆ่าเวลา ทั้งเข็มตรงและเข็มสั้นพร้อมใจกันเดินทางไปจนเกือบจรดเลขสิบสอง ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟข้างโซฟา เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรนั้นไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังยิ้ม เหมือนที่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าทำไมต้องมานั่งรอ...รอเวลาที่เสียงเปิดประตูจะดังขึ้น
...เช่นทุกครั้ง...
คงจะดีหากเป็นเช่นในนิทาน พอถึงเที่ยงคืนซินเดอเรลล่าจะหนีจากงานเลี้ยงเพื่อกลับบ้าน เพียงแต่เธอไม่ได้ทิ้งรองเท้าแก้วไว้ให้เจ้าชายคนใด ไม่ได้แปลงกายจากเจ้าหญิงโฉมงามกลับมาเป็นเพียงหญิงสาวเศษถ่าน นางซินของเขายังคงสวย รองเท้านำสมัยที่เธอสวมใส่ถูกถอดเก็บเข้าชั้นอย่างเป็นระเบียบ ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงน้อยนิดไม่ได้ทำให้เธอเมา หรือต่อให้ดื่มมากกว่าที่เขาเคยขอไว้...เธอก็ไม่เคยเมามายจนไร้สติ
เสียงย่างก้าวที่คุ้นเคย ทำให้เขาหลับตาลงอย่างสบายใจ อย่างน้อยแจจุงก็ไม่ผิดสัญญาว่าจะกลับบ้านก่อนเที่ยงคืน
“กลับมาแล้วหรือ” เขาถามทั้งที่รู้...ทั้งที่เห็น แจจุงอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ดวงตาคู่โตเพียงจ้องมองเขา มองอย่างทุกครั้งที่เจ้าตัวเริ่มเมาก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน อันที่จริงแจจุงเพียงแค่ยิ้มน้อยๆเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริงๆแต่หวานเหลือเกิน
“ยุนโฮอา...” ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับสั่นเครือ พร้อมกับรอยยิ้มที่เริ่มจางหาย สองมือเอื้อมหาตัวเขาอย่างโหยหา ยุนโฮคว้าเอาตัวคนที่พึ่งกลับจากงานเลี้ยงปิดกล้องละครเรื่องแรกในชีวิตเข้ามาสู่อ้อมอก แม้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้แจจุงไม่สบายใจในตอนนี้ แต่เขารู้ว่าอีกไม่นานแจจุงจะบอก...บอกกับเขาเหมือนทุกครั้ง
ใบหน้าสวยซบอยู่กับไหล่เขา แจจุงอาจจะตัวเล็กกว่าเขาไม่เท่าไหร่ แต่ก็น้ำหนักลดลงง่ายเหลือเกิน เขากอดเอวที่เริ่มบางลงก่อนจะกระชับแน่น ช่วงนี้แจจุงทำงานหนักทุกวัน วิ่งรอกทั้งงานเพลง งานละคร แล้วไหนจะยังงานประกาศผลรางวัลอีกหลายรายการ ต่อให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อมแค่ไหนก็ต้องมีซูบลงเป็นธรรมดา
“จบ...จบซะที” แจจุงละล่ำละลักบอกเหมือนเด็กๆ ในน้ำสียงดูมีทั้งความปิติและบีบคั้น ไหล่บางยังคงสั่น ยุนโฮจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบหลังไปมาเพื่อปลอบประโลม
“การทำงานที่ไม่มีนายอยู่ด้วย...มันทรมานนะ ฉันไม่มั่นใจเลยสักนิด...ไม่เลย” ยุนโฮยิ้มน้อยๆกับคำพูดคล้ายเอาแต่ใจนั้น นึกถึงวันที่ไปถ่ายทำไกลถึงชุนชอน หากเขาไม่รับปากว่าจะตามไปก็กลัวว่าคนขี้น้อยใจคนนี้จะเป็นฝ่ายอดหลับอดนอนขับรถกลับมาหาเขาเพราะไม่มีเครื่องบินรอบดึกไว้คอยบริการหลังเลิกกองถ่าย
“ไม่เอาน่าคนดี นายทำได้แล้วนี่...แถมยังทำมันได้ดีด้วยไม่ใช่หรือ” เขาพูดจากใจจริง ทุกคนที่ได้ร่วมงานกับแจจุงต่างออกปากชมเป็นเสียงเดียวกัน...ทั้งผู้กำกับและเหล่านักแสดง
“มันจะดีจริงๆหรือ...”
“...”
“ต่อให้ต้องมีเรื่องแบบนั้น...ข่าว...แบบนั้น”
“ข่าวแบบไหนกัน...รักโปรโมตน่ะหรือ”
“ยุนโฮ...”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะคลายอ้อมกอดเพื่อให้ได้เห็นหน้าแจจุงชัดๆ อยากให้แจจุงมองเขา...สบตาเขาในยามที่เขาบอกทุกถ้อยคำ
“ฉันรู้ตั้งแต่วันที่ผู้จัดการเอาบทมาให้นายแล้ว” ใช่...เขารู้ รู้ดีว่าเรื่องรักนอกจอของยองอุงแจจุงกับนักแสดงสาวฮันฮโยจูกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ของคู่พระนางที่กำลังถูกจับตามอง มันอาจไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข แต่ก็เป็นกลไกที่ถูกขับเคลื่อนโดยสื่อมากมายรวมทั้งบรรดาแฟนคลับที่ติดตาม เพียงแค่วันนี้มีฉากปิดกล้อง...ต้องซบไหล่กันบนรถประจำทางก็กลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงบนโลกอินเตอร์เน็ตกันเสียแล้ว แทบไม่ต้องนึกเลยว่าถ้าหากภาพเบื้องหลังอื่นๆจะแพร่สะพัดไปกว่านี้ ข่าวคาวพวกนี้จะยิ่งลุกเร็วเหมือนไฟลามทุ่งขนาดไหน
“แต่ฉันไม่ต้องการ!...เรื่องแบบนั้นมันไม่เห็นจำเป็น!!”
“ใจเย็นๆ...แจจุงอา” มือเรียวยกขึ้นแตะพวงแก้มขาวเพื่อเรียกสติ แจจุงจึงเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง ในดวงตาที่เริ่มมีหยาดน้ำคลอหน่วย คล้ายจะอ้อนวอนให้เขาเห็นใจ...เข้าใจ “ฉันรู้ว่ามันไม่จำเป็น และฉันรู้ว่ามันไม่เป็นความจริง นายกับเขา...มันไม่ใช่เรื่องจริง...ฉันรู้”
ดวงหน้าสวยสั่นไปมาช้าๆในฝ่ามือเขา ก่อนที่เสียงหวานจะตอบ “แต่ถ้าฉันรู้...รู้ว่ามันจะต้องทรมานขนาดนี้ ฉันจะไม่...”
“ไม่เอาน่าคนดีของฉัน”
อีกครั้งที่ยุนโฮต้องดึงตัวคนตรงหน้ามาสวมกอดไว้ แจจุงวาดสองแขนโอบรอบคอเขา ก่อนจะปล่อยเสียงสะอื้นเบาๆกับไหล่หนา อ้อมกอดอุ่นกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างราวกับภาพช้า...แล้วดวงตาคู่สวยก็หลับพริ้ม
“ทำไมเดี๋ยวนี้แจจุงของฉันถึงได้ขี้แยนัก...หืม” เสียงทุ้มว่าพลางโยกตัวเบาๆ
… 聞かせて,愛しく履かなく綱先で奏でるボレロ ...
“ฉันเหนื่อยเหลือเกิน...ยุนโฮ กอดฉันเอาไว้...อยู่กับฉันอย่างนี้ก่อนนะ” แจจุงอ้อน ทุกจังหวะที่ยุนโฮนำพาคล้ายจะทั้งปลอบขวัญและกล่อมให้เขาสงบลง แม้จะเพียงแค่ขยับกายแผ่วเบา...แต่ราวกับท่วงทำนองอ่อนหวาน ในความเงียบงันของคืนนี้...คล้ายมีดนตรีขับกล่อมจากหัวใจอันอ่อนโยนของคนตรงหน้า
… 舞い上がれ君の悲しみも癒される場所に見つけるさ ...
ยุนโฮไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงแต่ยิ้มรับ ก่อนจะกดจมูกลงกับกลุ่มผมนิ่มอย่างรักใคร่ ไม่ต้องอธิบายแต่แจจุงก็รับรู้ว่ายังมีเขาคอยเป็นกำลัง...เป็นที่พักพิงยามอ่อนล้า ในยามที่สับสนเขาเองจะคอยเป็นหลักยึด และในวันที่แจจุงพร้อม...พร้อมที่จะโบยบินไปอีกครั้ง...เขาเองจะไม่เหนี่ยวรั้งแต่จะคอยโอบอุ้ม จะคอยอยู่เคียงข้างเช่นนี้...เช่นในเวลานี้เรื่อยไป
… 暗い部屋の中、満たされる想い窓から溢れ…夢が包む
月光の下かもしゃらに希望のリズムを刻む…夢が募る
君が君らしいのは自由に羽ばたくから
誰も知ることのない答え探して ...
“ยุนโฮ”
…Let you dance away…
“หืม”
…Don't you know…
“ฉันรักยุนโฮนะ”
…I'll stand by your side…
“ฉันเองก็รักนาย”
…Fly away, Fly away, Fly away, Fly to the top…
“ฉันรักแค่ยุนโฮคนเดียว...”
…Fly forever…
“อืม...”
… いつまでも ...
“ขอให้เชื่อใจฉันนะ”
… 君を照らし続けるよ...
“...”
… 見守るよ...
“ได้โปรด...อย่าปล่อยมือจากฉันนะ”
… 君の愛すべき未来を...
“...”
… 何処行っても...
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว”
… 僕は願い続けるよ...
“ฉันจะอยู่ข้างนายเสมอ...ฉันสัญญา”
… 守るから...
- Fin -

#51 By Koo!er (61.19.65.194) on 2009-02-01 00:26